เดินหน้าชน : คิดนอกกรอบ : โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

14.01.19 | 13:23 น.

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยสร้างความฮือฮาเมื่อวันอังคารที่แล้ว (8 ม.ค.) ประกาศให้นักเรียนสวมใส่ชุดไปรเวต หรือชุดลำลองมาเรียนทุกวันอังคารเป็นต้นไป รวมเป็นเวลา 1 เทอม

ใส่ไปวันแรกยังไม่ทันพ้นคาบเรียนแรกก็มีเสียงวิจารณ์ทั้งสนับสนุนแนวความคิดนี้ และต่อต้านทันที

นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผอ.โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯ ปากเปียกปากแฉะต้องไล่อธิบายกันยาวๆ ยืนยันว่าเป็นเรื่องงานวิจัยการศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเครื่องแต่งกายที่ไม่ใช่เครื่องแบบนักเรียนมาเรียนหนังสือ จะส่งผลต่อการพัฒนาของนักเรียนในเชิงสร้างสรรค์อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่

น่าสนใจที่ ผอ.บอกต่อมาว่า เป้าหมายเพื่ออยากให้โรงเรียนเป็นสถานที่แห่งความสุข เชื่อว่าชุดไปรเวตที่ใส่เข้าเรียนหนังสือจะสร้างความสุขให้เด็ก

ส่วนที่มีใครต่อใครออกตัววิจารณ์ว่า หวั่นว่าชุดแต่งกายที่เด็กใส่กันมานั้นจะเกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องฐานะความเป็นอยู่ของแต่ละครอบครัวที่ไม่เท่ากันนั้น จะเกิดการแข่งขันแต่งตัวหลากแฟชั่น

Advertisement

เอาเข้าจริง เด็กนักเรียนด้วยกันเรียนกันมาไม่ว่าโรงเรียนไหนต่างก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว จะรวย มีฐานะปานกลางหรือยากจน สุดท้ายแล้วไม่สามารถละลายความรู้สึกที่มีต่อกัน เพื่อนก็คือเพื่อน ที่มีค่าเหนืออื่นใด เหมือนที่เรามีเพื่อนเป็นเด็กวัด ลูกเถ้าแก่โรงน้ำแข็ง ลูกของนักธุรกิจ ลูกพ่อค้าขายหมูปิ้ง ลูกของคนเก็บขยะ หรือว่าลูกภารโรง ฯลฯ

เส้นทางชีวิตของแต่ละคนมาไม่เหมือนกัน ต้นทุนอาจจะแตกต่างกัน แค่แต่งตัวไปรเวตไม่น่าจะคิดไปไกลถึงความเหลื่อมล้ำ เด็กนักเรียนย่อมเจอกันนอกโรงเรียน เจอกันในวันหยุด วันปิดเทอม ที่มีเวลามากมายอยู่แล้ว ก็ไม่ได้มีใครกลัวว่าตัวเองจะด้อยกว่าหรือเพื่อนคนอื่นรวยกว่า เลยต้องนัดใส่ชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ เนตรนารี มาเจอกัน

ที่มองว่าจะเพิ่มภาระให้ผู้ปกครองต้องเสียเงินให้เด็กไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ มาเรียน อันนี้อย่าไปห่วงเงินทองในกระเป๋าของคนอื่น หรือไปคิดแทนจนเกินเหตุ ผู้ปกครองหรือพ่อแม่แต่ละคนย่อมต้องมีวิธีการคิดการจัดการในเรื่องนี้

อันที่จริงมีอีกหลายโรงเรียนที่จัดวันใส่ไปรเวตไปเรียนกันสัปดาห์ละครั้งมานานแล้ว อย่างโรงเรียนอมาตยกุล ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 51 เขตบางเขน กทม. ใครมีลูกหลานเรียนที่นี่หรือเป็นศิษย์เก่าคงมองกรณีของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯเป็นเรื่องขนมไปเลย เพราะที่นี่ให้ใส่ชุดไปรเวตมาเรียนทุกวันอังคารติดต่อกันนับสิบๆ ปีแล้ว ดัชนีความสุขของเด็กก็ล้นเหลือ ใส่กันยันชั้นอนุบาลจนถึง ม.6 ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ยืนยันได้ คุณภาพการเรียนการสอนยังอยู่ครบเครื่อง เด็กๆ จบไปจากที่นี่ก็นำความรู้ไปต่ออนาคตที่ดีกัน ทุกๆ ปี ผู้ปกครองส่งเด็กมาเรียนกันแน่นตลอด

ในส่วนที่มีหนังสือแสดงความห่วงใยของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ขอให้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯทบทวนความเหมาะสมนั้น ก็ถือเป็นความใจกว้างของทางผู้บริหารโรงเรียนที่ตั้งใจรับฟังรวมทั้งข้อวิจารณ์ไม่เห็นด้วยในโลกโซเชียล อย่างน้อยโรงเรียนก็อยู่ในชุมชน ใครทักใครเตือนก็ไม่ใช่ว่าจะปัดทันที ทั้งที่ไม่ต้องสนใจก็ยังได้ เพราะทุกอย่างผ่านต้นทุนความคิดอย่างรอบคอบมาหมดแล้ว ก็พร้อมนำเข้าที่ประชุมของส่วนที่เกี่ยวข้องของโรงเรียน โดยเฉพาะการต้องซาวเสียงนักเรียน เจ้าของความรู้สึกที่แท้จริงอีกครั้ง

ส่วนการจะยุติมติเดิมคงต้องมีเหตุผลที่ฟังได้ถึงขั้นยอมรับได้จริงๆ ก็ต้องรอบคอบเช่นกัน ในเมื่อมติให้ใส่ชุดไปรเวตเพื่อดัชนีความสุขของเด็กนักเรียนล้วนๆ เป็นก้าวเริ่มของงานวิจัยไปแล้ว

ดังนั้น ในวันอังคารที่ 15 มกราคมนี้ เด็กนักเรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนฯก็จะใส่ชุดไปรเวตเข้าเรียนกันไปก่อน

การกล้าแหวกแนวคิดเดิมๆ ออกมาสำหรับโรงเรียนที่มีอายุถึง 166 ปี ถือเป็นการให้อิสระเสรีทางความคิดที่น่าสนใจและน่าติดตาม มากันขนาดนี้แล้ว อย่าได้เพิ่งล้มความตั้งใจเด็ดขาด

เสกสรรค์ กิตติทวีสิน