หน้าแรก คอลัมนิสต์ ‘กิ๊ก อีโคโนม...

‘กิ๊ก อีโคโนมี’ : โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

14.01.19 | 13:13 น.

“กิ๊ก อีโคโนมี” (Gig Economy) ในที่นี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข่าวประเภท “หึงโหด” อะไรเทือกนั้นหรอกนะครับ แต่เกี่ยวกับเรื่องของ “งาน” ในอนาคตที่เชื่อมโยงอยู่กับเรื่องรายงานว่าด้วยหุ่นยนต์และระบบการผลิตอัตโนมัติ ของธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ ที่พูดถึงกันไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในรายงานฉบับเดียวกันนั้น พูดถึง กิ๊ก อีโคโนมี เอาไว้ว่า จะเข้ามาแทนที่รูปแบบการทำงานในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลให้รูปแบบการทำงานของมนุษย์เราในอนาคตเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

นักวิชาการของเวิลด์แบงก์บอกไว้สั้นๆ ว่า กิ๊ก อีโคโนมีที่ได้รับความนิยมในบางส่วน บางประเทศอยู่ในเวลานี้ จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ในอนาคตคนงานส่วนใหญ่มักทำงานหลายอย่างในชั่วชีวิตการทำงานหนึ่งๆ แทนที่จะปักหลักทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ที่เดียวกับนายจ้างรายเดียวอยู่ตั้งแต่จบการศึกษาไปยันเกษียณอายุ

คำถามก็คือ แล้วเศรษฐกิจแบบกิ๊กคืออะไรกัน

คำว่า gig ในภาษาอังกฤษสามารถมีความหมายหลายอย่างมาก ตั้งแต่หมายถึงการแสดงคอนเสิร์ต, รถม้าสองล้อ เรื่อยไปจนถึงตะขอ หรือฉมวก แต่ความหมายหนึ่งซึ่งน่าจะใช้ในบริบททางด้านเศรษฐกิจก็คือที่หมายถึง “ชั่วคราว” อย่างไรก็ตาม การทำงานในระบบกิ๊ก อีโคโนมี มีนัยยะยืดยาวกว่าการจ้างงานชั่วคราวทั่วๆ ไปมาก

Advertisement

นักวิชาการบางคนให้นิยามคำนี้ว่า เป็นรูปแบบหนึ่งในระบบตลาดเสรี (ฟรี มาร์เก็ต ซิสเต็ม) ที่องค์กรธุรกิจหันมาใช้วิธีทำสัญญาจ้างงานระยะสั้น อาศัยแรงงานอิสระเข้ามารับผิดชอบงานด้านนั้นๆ เป็นครั้งคราว

“อินทูอิท” (Intuit) บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อธุรกิจและซอฟต์แวร์ทางการเงินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา เคยศึกษาวิจัยเรื่องนี้และคาดการณ์เอาไว้ว่า ภายในปี 2020 หรือในอีก 2 ปีข้างหน้า แรงงานอเมริกันมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จะทำงานในรูปแบบของแรงงานอิสระ ทำงานระยะสั้นเช่นนี้

เหตุผลที่ทำให้เศรษฐกิจแบบกิ๊กขยายตัวมีหลายอย่างด้วยกัน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือการมาถึงของยุคดิจิทัล ที่ทำให้แรงงานสามารถเคลื่อนย้ายไปมาได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะงานที่รับผิดชอบสามารถทำจากที่ไหนก็ได้ งานกับสถานที่ทำงานจึงแยกออกห่างจากกันมากขึ้นทุกที

แรงงานอิสระ หรือจะเรียกว่าแรงงานฟรีแลนซ์ เหล่านี้ได้ประโยชน์จากความสามารถในการ “เลือก” งานและโครงการ ได้หลากหลาย ในรูปแบบและที่ทำงานที่ตนเองต้องการ

ในขณะที่นายจ้างเองก็สามารถคัดสรรบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ ชำนิชำนาญในงานที่ต้องการสำหรับโปรเจ็กต์เฉพาะของตนเองได้ จากตัวเลือกที่ขยายกว้างออกไปมากกว่าจะจำกัดจำเขี่ยอยู่เฉพาะภายในบริษัทตัวเอง

ยุคดิจิทัลที่ก่อให้เกิดจักรกลอัตโนมัติและระบบการผลิตอัตโนมัติ ทำให้งานหลายอย่างใช้เวลาน้อยลง ใช้จำนวนคนน้อยลง เปิดโอกาสให้แรงงานสามารถเลือกงาน “ที่สอง” ทำควบคู่กันไปได้

ในขณะเดียวกัน องค์กรธุรกิจทั้งหลายก็ต้องการประหยัดทั้งในแง่ของขนาดสำนักงาน, ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ก็เลี่ยงมาใช้แรงงานอิสระในการทำงานเป็นงานๆ เป็นครั้งคราวไปมากขึ้น

การเติบใหญ่และเข้าสู่ตลาดแรงงานของคนในยุคมิลเลนเนียล (คนที่เกิดหลังปี ค.ศ.2000) ซึ่งพร้อมแสวงหาความท้าทาย และเผชิญหน้าสิ่งใหม่ๆ ไม่ซ้ำซากจำเจอยู่ตลอดเวลา ก็มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจแบบกิ๊กขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในมุมมองของฟรีแลนซ์และแรงงานอิสระทั้งหลาย กิ๊ก อีโคโนมี สามารถทำให้แรงงานสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิตได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามที

เพราะตามอุดมคติแล้ว แรงงานอิสระในสภาวะแบบกิ๊ก อีโคโนมี สามารถเลือกที่จะทำแต่เฉพาะงานที่ตนสนใจที่จะทำเท่านั้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องถูกตำแหน่งหรือเงินเดือนบีบบังคับให้ทำงานในหน้าที่ที่ตนไม่อยากทำ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อให้นายจ้างพึงพอใจ

นี่คือภาพรวมของ กิ๊ก อีโคโนมี ที่ว่ากันว่าจะมาถึงในอนาคตเพียงไม่กี่ปีข้างหน้านี้แล้วครับ