คอลัมน์ภาพเก่าเล่าตำนาน พระบารมีอันแผ่ไพศาล พระราชทานต่อคนไทย โดย : พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ภัยพิบัติ 2 ครั้ง 2 ครา ในระยะ 57 ปี ที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช และหลายจังหวัดในภาคใต้ นับเป็นเหตุการณ์ที่เป็น “หมุดหมาย” สำคัญของรูปแบบการทำงาน บรรเทาสาธารณภัย ที่สังคมไทยควรระลึกตลอดไปครับ..

ผมขอนำเบื้องหลัง บางช่วง-บางตอนของน้ำพระทัย พระเมตตาอันเปี่ยมล้นจากพระมหากษัตริย์เจ้า ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อสังคมไทย มาบอกเล่าเก้าสิบ เพื่อคนไทยระลึกถึงดังนี้ครับ…

22 ตุลาคม พ.ศ.2505 มีพายุลูก 1 ก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ตอนล่างนอกชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ มีการตั้งชื่อพายุว่า แฮเรียต (Harriet) พายุลูกนี้ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตก แล้วพุ่งตรงเข้ามาในอ่าวไทย แฮเรียตทวีกำลัง เพิ่มความดุดัน พัฒนาขึ้นเป็นพายุโซนร้อน วนเวียนอยู่นอกชายฝั่ง จ.สงขลา

ตอนค่ำของวันที่ 25 ตุลาคม พลังมฤตยูในทะเลลูกนี้ เปลี่ยนทิศทางแล้วพุ่งเข้าหาชายฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช พื้นที่รับแรงกระแทกที่โดนเต็มๆ คือ บริเวณแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

ความเร็วลมสูงสุดวัดที่สถานีตรวจอากาศของนครศรีธรรมราชได้ 95 กม./ชม. คนไทยรุ่นอาวุโสไม่เคยลืม…

ย้อนไปเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว เทคโนโลยีที่จะติดตามพายุ เพื่อแจ้งเตือนหายนะล่วงหน้า คงเป็นเรื่อง “แทบจะบอกอะไรไม่ได้มาก”

แฮเรียตอาละวาด ก่อเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ณ แหลมตะลุมพุก วาตภัยที่ไร้ความปรานี มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 300 กม. ก่อให้เกิดฝนตกหนักเหมือนฟ้าแตก คลื่นพายุหมุนยกซัดฝั่ง ลมกระโชกแรง และน้ำท่วมอย่างฉับพลันในหลายจังหวัด

12 จังหวัดในภาคใต้ ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปถึง จ.นราธิวาส มีผู้เสียชีวิต 911 ราย สูญหายอีก 142 คน บาดเจ็บสาหัส 252 คน ไร้ที่อยู่อาศัยราว 2 หมื่นคน อาคารบ้านเรือนทั่วทั้งจังหวัดพังทั้งหลัง ราว 3 หมื่นหลัง ชำรุดราว 5 หมื่นหลัง โรงเรียนพังเสียหาย 435 แห่ง

สวนยาง สวนผลไม้เสียหาย ประเมินความเสียหายกว่า 1 พันล้านบาท โรงเรียน โรงพัก ถนน สถานที่ราชการ วัด เรียบราบเป็นหน้ากลอง

ประเทศไทยไม่เคยประสบเหตุหายนะ รุนแรงเช่นนี้มาก่อน

แฮเรียต ได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ สตอร์มเซิร์จ (Storm Surge) ขึ้นเป็นบริเวณกว้างในทะเล เกิดคลื่นสูงกว่า 4 เมตร พัดกระหน่ำเข้าฝั่ง ถล่ม ถาโถมเข้าหมู่บ้านริมฝั่งทะเล

มันคือปีศาจร้ายตัวพ่อ ผู้เฒ่า ผู้แก่ ลูกเล็กเด็กแดง ทั้งปวงในภาคใต้ของไทยตกอยู่ในภาวะช็อก ..ตกใจสุดขีด

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งให้ทุกหน่วยงานในประเทศ เร่งรีบ นำกำลังคน เครื่องมือทุกชนิดเข้าช่วยผู้ประสบวาตภัย จ.นครศรีธรรมราชและใกล้เคียง

ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการจากทุกสารทิศเดินทางเข้าพื้นที่

เรื่องการบรรเทาสาธารณภัยในขอบเขต และระดับมหากาฬขนาดนี้ ราชการไทยยังไม่เคยเจอะเจอ ไม่มีประสบการณ์กันมาก่อน งานภาคสนามในป่าเขา ดำเนินไปทั้งวันทั้งคืน เพื่อค้นหาผู้สูญหาย เร่งรีบขุดค้นผู้ที่ติดอยู่ในซากปรักหักพัง

ในเรื่องของ “การวางระบบ” เพื่อความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ ในหลวง ร.9 โปรดเกล้าฯ ให้กรมประชาสงเคราะห์ จดทะเบียนตั้ง “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์” เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2506 พระราชทานเงินจำนวน 3 ล้านบาทสำหรับมูลนิธิ และโปรดเกล้าฯ ให้สถานีวิทยุ อ.ส.พระราชวังดุสิต ออกอากาศประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมบริจาคกับพระองค์

กรอบระยะเวลา 1 เดือน มีผู้บริจาคเงินถึง 11 ล้านบาท และสิ่งของประมาณ 5 ล้านบาท

อาสาสมัคร ซึ่งส่วนมากเป็นนิสิต นักศึกษา ลูกเสือและนักเรียน ได้ทำการจัดและขนส่งสิ่งของเหล่านั้นไปบรรเทาภัยแก่ผู้ประสบชะตากรรม

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย มีกระแสรับสั่งให้ แพทย์ พยาบาล เข้าพื้นที่

น้ำพระทัย แนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง ร.9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระราชทานให้กับหน่วยราชการและภาคประชาชนในการบรรเทาความสูญเสียครั้งนั้น ยังคงเป็นกรอบแนวทางให้พวกเราดำเนินตามมาจนถึงปัจจุบัน

ในหลวง ร.9 ทรงให้กำเนิด มูลนิธิราชประชานุเคราะห์

ในภาพรวมๆ แล้ว ที่ผ่านมาราว 60 ปี คนไทยเผชิญกับพายุพายุโซนร้อนแฮเรียต พายุไต้ฝุ่นเกย์ และพายุไต้ฝุ่นลินดา

ล่าสุด 3-5 มกราคม 2562 ที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ก็เกิดเหตุการณ์ ณ แหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง ในลักษณะใกล้เคียงกันกับในอดีต

วันที่ 3 มกราคม 2562 ในขณะเราที่ยังติดพันช่วงวันหยุดส่งท้ายปีเก่า-ขึ้นปีใหม่ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนเรื่องพายุ ชื่อ “ปาบึก” (Pabuk) ที่กำลังก่อตัว จดจ่อจะเข้ามาพาดผ่าน ทำความเสียหายให้พี่น้องบริเวณแหลมตะลุมพุกอีกแล้ว คาดว่าจะรุนแรงไม่แพ้ “แฮเรียต” เมื่อ 57 ปีที่แล้ว

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวง ร.10 ทรงติดตามสถานการณ์พายุปาบึก ทรงรับทราบข้อมูลที่ระบุ จุดศูนย์กลางพายุ ระยะห่างจากฝั่ง ผลกระทบ พื้นที่เฝ้าระวัง ความเสียหายที่จะบังเกิดกับประชาชน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานคำแนะนำต่อรัฐบาล เพื่อรับมือกับหายนะครั้งนี้ด้วยพระองค์เอง…ทุกภาคส่วน “น้อมรับพระราชกระแสฯ”

ทหาร ส่วนราชการพลเรือน น้อมนำพระราชกระแสมาสู่การปฏิบัติ การลดความสูญเสียที่เร่งปฏิบัติและได้ผลมากที่สุด คือ การอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ที่จัดเตรียมไว้รองรับ

ข่าวต่างประเทศระบุว่ามีการอพยพนักท่องเที่ยวเพื่อหลบพายุ

คํ่าวันที่ 3 มกราคม 2562 ปาบึก เข้ากระหน่ำแหลมตะลุมพุกตามข้อมูลที่รายงานกันอย่างต่อเนื่อง ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันใน จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล

ทุกชีวิต ทุกคนต้องปลอดภัย คือ ความห่วงใย น้ำพระทัยของพระองค์แผ่กระจายลงไปยังทุกองคาพยพของการทำงาน พระราชทานคำแนะนำ ตั้งแต่ขั้นเตรียมการ ขณะเผชิญสถานการณ์ และในระยะยาวไปถึงขั้นการฟื้นฟูหลังสถานการณ์
ในหลวง ร.10 รับสั่งขอให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือพี่น้องคนไทยให้พ้นจากอันตรายจากเหตุเภทภัยพายุร้าย ทรงห่วงใยประชาชนของพระองค์ที่สุด

พระราชกระแสรับสั่ง น้ำพระทัยของในหลวง ร.10 ที่ถือว่านำพา นำทาง ผองปวงประชาชาวไทยทั้งหลายให้ผ่านพ้นไปได้อย่างสง่างามมีชื่อเสียงไปทั่วโลกมาแล้ว คือ เหตุการณ์ช่วยชีวิต “13 หมูป่า” ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุปาบึก ครั้งนี้มีไม่น้อย แต่ก็ได้รับการป้องกัน แก้ไข เยียวยา อย่างเป็นระบบ เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก

ถ้าผมจะไม่กล่าวถึง “ขุมพลัง” ที่ทำงานปิดทองหลังพระเสมอมา ก็ดูจะใจร้ายไปสักหน่อยนะครับ

“กลุ่มประชาชนจิตอาสา หมวกสีฟ้า ผูกผ้าพันคอ” มีบทบาทอย่างสูง รวมตัวกัน เดินทางเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทันเวลา ทำงานเป็นระบบ เป็นระเบียบ เป็น “ตัวช่วยอันทรงพลัง” อันเนื่องด้วยน้ำพระทัย พระวิสัยทัศน์ของพระองค์ ที่พระราชทานแนวทางการฝึก การทำงานของคนเหล่านี้มาแล้วเป็นอย่างดี

กลุ่มประชาชนที่มีจิตใจสูงส่ง เสียสละ เหล่านี้พร้อมใจกันคลี่คลายความทุกข์ร้อน จากพายุปาบึก อย่างน่าประทับใจอีกครั้ง

“โรงครัวพระราชทาน” คือ ภาพคุ้นตา ที่ประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติให้การยอมรับนับถือ ภาพนี้จะปรากฏทุกที่เมื่อมีภัย คนไทยจำติดตา โรงครัวพระราชทานที่เหตุการณ์ถ้ำหลวง จ.เชียงราย

ทุกข์ยากทั้งปวงของราษฎรคลี่คลาย หายไป บรรเทาเบาบางลงเสมอ ด้วยน้ำพระทัย พระวิสัยทัศน์จากพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย

ทรงพระเจริญ

พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon