ถ้าจากการเปิดเผยของ คุณลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นความจริงและเข้าใจถูกต้องตามนั้น นับว่า “น่ากลัว”
คุณลดาวัลลิ์บอกว่า มีเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 2 (กอ.รมน.ภาค2) ตั้งคณะทำงานประสานงานมวลชนขึ้นมา 1 ชุด มีนายทหารยศ “พลโท” เป็นหัวหน้า อ้างว่าจะพูดคุยสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมายและรัฐธรรมนูญกับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 20 จังหวัดในภาคอีสาน เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง
สงสัยว่าภารกิจทหารไทยไปไกลกันขนาดนั้นเลยหรือ
“กกต.” ทำอะไรอยู่ และทหารมี “หน้าที่” ทำอะไรกันแน่ ทำไมทหารไม่อยู่ในกรมกอง ฝึกคิด ฝึกการยุทธ์ หยุดพูด หยุดเกี่ยวข้องกับกิจการงานการเมือง อย่างเช่นที่ พลโท พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวเอาไว้ว่า เวลานี้ที่เราเห็น นายทหารผู้ใหญ่หลายคนออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองนั้นล้วนแต่เป็น “ทหารการเมือง” ไม่ใช่ทหารอาชีพ เพราะทุกคนที่พูดมี “ตำแหน่งทางการเมือง” กำกับอยู่ ซึ่งถ้าในประเทศตะวันตกที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย จะมีข้อกำหนด ห้ามมิให้ทหารวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง
ทหารก็มีหัวใจ มีความรู้สึกรัก ชอบ ชัง พึงพอใจ ไม่พึงพอใจเหมือนกับคนทั่วไป ถามว่า ทำไมกฎหมายในประเทศที่เจริญแล้วจึง “ห้าม” อย่างนั้น
ก็เพราะคุณ (ทหาร) เป็นผู้ถืออาวุธ กองทัพเป็นองค์กรที่สังคมจัดตั้งขึ้น จัดให้มีกำลังรบ ให้มีอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมที่สุดสำหรับการศึก ไม่ใช่ให้เอาอาวุธและกำลังรบ มายึดอำนาจทางการเมือง
ข้อเสนอของ “พรรคอนาคตใหม่” จึงน่าสนใจตรงที่ จะส่งเสริม “ทหารอาชีพ”
ส่วนทหารที่จะวิจารณ์การเมือง หรือจะเล่นการเมืองก็มีทางออกคือ ต้องออกจากกองทัพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี เช่นเดียวกับทหารในประเทศเครือจักรภพ
นั่นคือ การขายฝัน !
แต่คนเราก็ต้องมีความใฝ่ฝันถึงสิ่งที่งดงามกว่า แม้ว่าเมื่อตื่นขึ้นจะพบกับ “ความจริง” ว่า …ในประเทศนี้ มีเรื่องที่แปลกพิกล
ก่อนหน้านี้ “คนไปเลือกตั้ง” เคยถูกสกัดกั้น ถูกขัดขวาง ถูกทำร้าย ขณะที่ “ผู้ประทุษร้าย” ได้รับการยกย่อง
เมื่อมีผู้ทำกิจกรรมทางปัญญามักจะถูกตีความว่าเป็น “ความวุ่นวาย”
ชุมนุมเรียกร้องด้วยความสุภาพ สงบเสงี่ยมเจียมตน ถูกดำเนินคดี ฟ้องร้อง
ไม่มีเสรีเท่าพวกที่ซ่องสุมเสพยาปาร์ตี้ !?!!

