คุณภาพคือความอยู่รอด ตอน ซอฟต์แวร์ กับ ธุรกิจอุตสาหกรรม : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

สิ่งที่นักธุรกิจอุตสาหกรรมต้องการจะมีอย่างน้อย 4 อย่างด้วยกัน คือ เพิ่มรายได้, ลดรายจ่าย, เพิ่มผลกำไร และขยายโอกาส (ในการทำธุรกิจ)

แต่ทุกวันนี้เราอาจจะทำธุรกิจอุตสาหกรรมแบบเดิมๆ จนเคยชิน โดยลืมไปว่า ยังมีสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น นั้นก็คือ การเปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำงานด้วยการใช้ “ซอฟต์แวร์” (Software) ซึ่งจะทำให้เราได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการ

เรื่องนี้ผมมีโอกาสได้ร่วมงานประจำปีของ “สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI)” เมื่อเดือนที่แล้วและได้พูดคุยถึง “ความสำคัญของซอฟต์แวร์ที่มีผลต่อธุรกิจอุตสาหกรรมไทย” กับ นายกสมาคม (คุณทินกร เหล่าเราวิโรจน์) จึงได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์มาเล่าสู่กันฟัง

โดยทั่วไปแล้ว “ซอฟต์แวร์” (Software) ที่ว่านี้ หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ในขณะที่ ASTI ได้ให้คำจำกัดความของ “ซอฟต์แวร์” ว่า เป็นเครื่องมือ หรือระบบโปรแกรมทางธุรกิจที่สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร

Advertisement

กรณีตัวอย่างของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ “ซอฟต์แวร์การจัดการ” ในร้านแล้ว ช่วยทำให้ลดจำนวนพนักงานลงได้ จึงเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพที่ชัดเจนมาก

เดิมทีร้านนี้ก็เหมือนร้านอาหารทั่วไปที่ให้ความสำคัญอันดับแรกกับเรื่องของคุณภาพและความอร่อยของอาหาร อาหารที่นี่ต้องอร่อย ทานแล้วลูกค้าต้องติดใจ ทำให้อยากกลับมาทานอีกบ่อยๆ และคุณภาพรวมถึงความสะอาดต้องมีมาตรฐาน ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จจนเป็นที่ติดอกติดใจของผู้บริโภค และบอกต่อๆ กันทำให้ลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อร้านยิ่งโด่งดัง ยิ่งขายดี งานก็ยิ่งมากขึ้น ก็ต้องจ้างพนักงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าไม่เพิ่มพนักงาน ก็จะบริการไม่ทัน รับออเดอร์ไม่ทัน ส่งอาหารไม่ทัน เดี๋ยวลูกค้าหน้างอ เพราะรอนาน ก็จะไม่อยากกลับมาทานที่ร้านอีก

แต่ถ้าเรามานั่งวิเคราะห์กันจริงๆ แล้ว จะเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นก็ได้ เพราะต้องทบทวนให้ดีก่อนว่า พนักงานที่เพิ่มเข้าไปนั้น เราเพิ่มเข้าไปทำอะไร จะเห็นได้ว่า เราเพิ่มเข้าไปเพื่อทำงานซ้ำๆ เดิม เพียงแต่ปริมาณงานมีมากขึ้นเท่านั้นเอง เช่น ต้องรับออเดอร์มากขึ้น, ส่งอาหารให้ได้มากขึ้น เป็นต้น

เมื่อคิดในทางกลับกัน ถ้าเราทำให้การทำงานเหล่านั้นทำได้เร็วขึ้นอีกเท่าตัว โดยไม่ต้องส่งต่อออเดอร์เป็นทอดๆ ไป เราก็ไม่จำเป็นต้องมีคนเพิ่มอีกก็ได้

จุดนี้เองที่ “ซอฟต์แวร์” จะเข้ามาช่วยหรือเปลี่ยนการทำงานที่ทำอยู่เดิมให้เร็วขึ้น แม่นยำมากขึ้น เชื่อมต่อการทำงานระหว่างแผนกต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น จนนำไปสู่การใช้จำนวนคนลดลง แต่ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ปัญหาในวันนี้ก็คือ SMEs และกิจการต่างๆ จะปรับเปลี่ยนไปใช้ซอฟต์แวร์ได้อย่างไร ต้องลงทุนเพิ่มอะไรบ้าง ต้องเตรียมคนอย่างไรบ้าง ปัญหานี้ต้องขอพูดกันต่อสัปดาห์หน้า ครับผม !

วิฑูรย์ สิมะโชคดี

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image