ทำไมรายการ Good Monday จึงได้รับความสนใจจากสังคมภายในเวลาอันรวดเร็ว แม้ว่าจะมีความพยายามทำเสมือนว่า ไม่มีความหมาย
คำตอบ 1 เพราะว่าตัว “เจ้าของ” รายการ
เพราะว่าเคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค เพราะว่าเคยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง สร้างปรากฏการณ์ในทางการเมือง
ที่เด่นชัดคือ สร้างความพ่ายแพ้ให้แก่ “ประชาธิปัตย์”
คำตอบ 1 เพราะว่าเป็นการนำเสนอ Good Monday ออกมาอย่างสอดรับกับสภาพการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ
คนจำนวนไม่น้อยอาจเห็นว่าเป็นเพราะใกล้ “เลือกตั้ง”
ความเป็นจริงที่เด่นชัดมากยิ่งกว่านั้นก็เพราะว่า รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ผ่านมา กระทั่งใกล้ถึงเดือนพฤษภาคม 2562
ปัจจัยหลังนี้ต่างหากที่เป็น “มูลเชื้อ” อย่างดียิ่ง
เนื้อหาการพูดแบบที่รับฟังกันผ่านรายการ Good Monday มิได้เป็นของใหม่อย่างที่บางคนในพรรครวมพลังประชาชาติไทยฟังแล้วสรุปจริงๆ
อย่างน้อยก็เคยพูดตั้งแต่หลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 มาแล้ว
เพียงแต่ในตอนนั้นรับรู้กันว่าเป็น Dual Track หรือเศรษฐกิจคู่ขนาน ของการประสมประสานระหว่างเศรษฐกิจทุนนิยมกับเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมเท่านั้น
นั่นก็คือ การรู้เท่าทันต่อ “โลกาภิวัตน์”
นั่นก็คือ ความห่วงใยต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนผ่านโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง บ้านเอื้ออาทร หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
หลังรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 ก็เคยมีความพยายามที่จะพูด แต่ไม่ WORK แต่พอหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 กลับทำท่าว่าจะเป็นไปด้วยดี
เพราะว่ามีรายการ Good Friday มาเปรียบเทียบ
หากไม่มีรายการ Good Friday ดำรงอยู่ตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 รายการ Good Monday จะไม่ได้รับความสนใจถึงเพียงนี้อย่างแน่นอน
Good Friday ต่างหากที่ขับเน้นให้กับ Good Monday
ความแตกต่างอย่างสำคัญก็คือ Good Friday เป็นรายการบังคับให้มีการถ่ายทอดทั้งโทรทัศน์และวิทยุโดยพร้อมเพรียงกัน
แต่ Good Monday ไม่มีการบังคับ ใครชอบก็ฟัง ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องสนใจ
เหมือนอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกมาแล้ว เหมือนอย่างที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บอกมาแล้ว เหมือนอย่างที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ บอกมาแล้ว
ไม่ว่าด้วย “ภาษากาย” ไม่ว่าด้วย “ภาษาพูด”
ทั้งนี้ แทบไม่ต้องเอา “เนื้อหา” ที่กล่าวของรายการ Good Monday กับรายการ Good Friday มาวางเรียงเพื่อแยกจำแนกให้เห็นความแตกต่าง
มิเช่นนั้นก็จะกลายเป็น “จันทร์เดือด” เหมือนที่หลายคน “สรุป”
ถามว่าการปรากฏขึ้นของรายการ Good Monday มีเป้าหมายทางการเมืองหรือไม่ คำตอบก็ต้องตอบให้ได้ว่ารายการ Good Friday เป็นการเมืองหรือไม่
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ หากเป็น “การเมือง” ก็เป็นการเมืองอันเป็น “ความต่าง”
เป็นความต่างไม่เพียงพิจารณาจาก “เนื้อหา” ภายในกระบวนการนำเสนอ หากแต่ต้องพิจารณาถึงโครงสร้างและกระบวนการของการปรากฏขึ้น
หากได้ “คำตอบ” ก็สามารถบอกได้ว่า “ผลสะเทือน” จะเป็นเช่นใด

