
เทริด เป็นเครื่องสวมหัวเมื่อเล่นละครแบบเก่าสุดในราชสํานักยุคต้นอยุธยา (หรือก่อนนั้น) มีต้นเค้าแรกสุดเป็นกะบังหน้าในประติมากรรมแบบเขมร ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1400
ปัจจุบันมักเรียก “เทริดโนรา” เพราะยังใช้ใส่เล่นโนราทางภาคใต้
แต่ความจริงเป็นเทริดละครยุคแรกเริ่มในอยุธยา ส่วนโนราแบบภาคใต้แท้จริงแล้วคือละครนอกของอยุธยา แพร่หลายลงไปทางใต้ นับเป็นละครนอกตกค้างเก่าแก่ที่สุด แต่เรียกโนราตามชื่อตัวละครเอกที่นิยมเล่นเรื่องนางมโนห์รา
ความสําาคัญของเทริดยังเห็นได้จากบนแท่นเชิญศีรษะศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในพิธีไหว้ครู ครอบโขนละคร ต้องมีเทริดตั้งไว้บูชาด้วย

เครื่องสวมหัวละคร คือศิราภรณ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีหลักฐานวิวัฒนาการในประติมากรรมทางศาสนาทั้งในสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ ตั้งแต่ยุคยังไม่พบหลักฐานว่ามีคนเรียกตัวเองว่า “คนไทย”
ฉะนั้น จะตีขลุมว่าเครื่องสวมหัวเป็นงานช่างไทยมาแต่เดิม ย่อมไม่ตรงความจริงตามหลักฐานประวัติศาสตร์และโบราณคดี เพราะเครื่องสวมหัวละคร เป็น “วัฒนธรรมร่วม” ของสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ มีชื่อเรียกต่างๆ กันว่า ชฎา, มงกุฎ ฯลฯ
ชฎา, มงกุฎ มีต้นแบบจากวัฒนธรรมอินโด-เปอร์เซีย ที่นักบวชอินเดียโบราณรวบผมถักเป็นลอนเกล้าสูงขึ้นไป
เพื่อยืนยันให้รู้ว่าเทริด, ชฎา, มงกุฎ เครื่องสวมหัวละคร เป็น “วัฒนธรรมร่วม” ของสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ จะขอยกคําอธิบายและรูปประกอบของ ดร. ประภัสสร์ ชูวิเชียร (อาจารย์ประจําภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) ที่กรุณาทํามาให้ดังต่อไปนี้

(กลาง) ชฎามกุฎในศิลปะเขมร เริ่มเอากะบังหน้าสวมครอบทับมวยผมที่เกล้าสูงเป็นรูปทรงกระบอกคือให้เป็นแบบประดิษฐ์มากขึ้น (เศียรรูปบุคคล ศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)
(ขวา) ศิลปะเขมรยังมีศิราภรณ์อีกแบบซึ่งใช้ระบบกะบังหน้า-รัดเกล้า คือมีที่เกี้ยวครอบมวยผมเป็นรูปสามเหลี่ยมซ้อนกันเป็นชั้นๆ และสวมเทริดไว้ด้านหน้า เป็นต้นเค้าของ “มงกุฎ” คือเริ่มมีเครื่องประดับมาครอบลงบนมวยผม ต่างจาก “ชฎา” ที่เกิดจากการเกล้าผมสูงอย่างเดียว (ประติมากรรมรูปพระวัชรธร? ศิลปะเขมรแบบบายน พุทธศตวรรษที่ 18 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร)
