เป็นอีกนวัตกรรมหนึ่งของการปรองดอง
เมื่อ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สปท. เปิดเผยว่าจะนัด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีหารือ
ออกกฎหมายตัวใหม่ชื่อว่า “รอการกำหนดโทษ”
นำมาใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดในข้อหาร้ายแรงช่วงการชุมนุมทางการเมือง
ใช้ทั้งกับม็อบพันธมิตรฯ ปิดสนามบิน
ใช้ทั้งกับม็อบ นปช.ที่ปิดราชประสงค์
ใช้ทั้งกับม็อบ กปปส.ที่ปิด กทม.
และคิดว่าคงจะใช้กับม็อบอื่นๆ ที่ได้ก่อเหตุรุนแรงจนกลายเป็นคดีอุกฉกรรจ์
ยกเว้นคดีความผิด ม.112 คดีทุจริต และคดีวางเพลิง เผาทรัพย์สิน
ขณะเดียวกันยังเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 ยกเลิกโทษเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่ผู้กระทำผิดในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย
ส่วนวิธีการตามกฎหมายรอการกำหนดโทษนั้น จะระบุให้สารภาพผิดก่อน
เมื่อสารภาพก็จะยุติคดี แต่ต้องมีเงื่อนไขห้ามนั่นห้ามนี่
ใครยอมทำตามก็ถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนความ
นายเสรีบอกว่า แนวคิดนี้มีคนเห็นด้วยมากมาย
แต่เมื่อเปิดเผยแนวคิดสู่สาธารณะแล้ว ไม่ทราบว่าจะมีคนเห็นด้วยมากไหม
ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมา เคยมีผู้เสนอแนวทาง “นิรโทษกรรม” มาหลายครั้ง
ทุกครั้งมีผู้ต่อต้านไม่เห็นด้วย จนแนวคิดต้องล้มพับ
โดยเฉพาะการหยุดการพิจารณาคดีให้แกนนำ หรือยุติการลงโทษแกนนำ
ไม่มีใครเขายอมกัน!
กระทั่งความพยายามในยุค คสช. ความคิดนี้ก็ยังดำรงอยู่
นั่นคือ ยอมนิรโทษกรรมให้เฉพาะชาวบ้านผู้เข้าร่วมชุมนุม
แต่สำหรับแกนนำ ทั้งพันธมิตรฯ นปช.และ กปปส. ไม่มีใครอยากให้ “นิรโทษฯ”
แม้แต่บรรดาแกนนำที่ต้องคดีก็ปฏิเสธ
ทุกคนมั่นใจว่าสิ่งที่ทำไปนั้นถูกต้อง และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ณ บัดนี้หลายคดีศาลได้ตัดสินแล้ว อีกหลายคดีกำลังอยู่ในกระบวนการ
จะช้ากว่า เร็วกว่า แต่ทุกคดีก็มีทิศทางเดียวกัน
นั่นคือฟ้องศาล และรอศาลตัดสิน
และเมื่อศาลตัดสินแล้วแกนนำทุกคนพร้อมรับผล
ดังนั้น ข้อเสนอของนายเสรีคงต้องกลับไปตอบคำถามเก่าๆ ที่เคยเป็นโจทย์นิรโทษกรรม
หนึ่ง โทษที่ศาลตัดสินแล้ว จะรวมอยู่ในกฎหมายฉบับนี้หรือไม่
เช่น คดีของ นายทักษิณ ชินวัตร
สอง โทษที่ศาลยังไม่ตัดสิน แต่อยู่ในกระบวนการพิจารณานี้
คนที่ได้รับอานิสงส์จะรวมถึงแกนนำม็อบหรือไม่
สาม หากรวมถึงแกนนำด้วย จำเป็นไหมที่ทุกคนต้องได้รับการรอการกำหนดโทษโดยอัตโนมัติ
หรือบรรดาแกนนำที่ต้องการสู้คดีให้ถึงที่สุด สามารถปฏิเสธการใช้กฎหมายฉบับใหม่ได้
ถ้ากฎหมายฉบับใหม่สามารถให้คำตอบชัดๆ ทำให้คนยอมรับได้
บางทีการให้อภัยอาจเริ่มต้นขึ้น…แม้จะเป็นบางส่วนก็ตามที
แต่ถ้าในที่สุดการนิรโทษกรรมสามารถมีผลแก่ทุกคนโดยไม่มีใครหรือกลุ่มใดติดใจและคัดค้าน ไม่มีคนออกมาเดินขบวนต่อต้าน
ทุกอย่างเริ่มต้นปรองดองได้ด้วยการยอมรับผิดและให้อภัยกัน…
หากทำได้ถึงขนาดนั้นจริง ก็ขอสนับสนุนด้วยคน

