“สวัสดี” เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2486 กว่า 76 ปีมาแล้ว ครั้งที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐบาลสมัยนั้นให้ตรากฎหมายว่าด้วยคำทักทายต่อกันว่า “สวัสดี”
ฝ่ายชายให้ “สวัสดีครับ” ฝ่ายหญิงให้ “สวัสดีค่ะ” เท่านั้นเป็นพอ
ไม่ต้องมาดัดจริตเป็นฝรั่ง เช้าใช้ “อรุณสวัสดิ์” หลังเที่ยงถึงเย็นใช้ สายันต์สวัสดิ์ ซึ่งไม่มีผู้นิยม ก่อนนอนให้ “ราตรีสวัสดิ์”
ทุกวันนี้ ก่อนนอนมักใช้ตามฝรั่งกันหมด “Good Night” ตื่นเช้าขึ้นมาปะหน้ากันว่าสั้นๆ “มอร์นิ่ง”
เมื่อวาน 23 มกราคม 2562 ก่อนหน้านั้นข่าวคราวพระราชกฤษฎีกาเรื่องการเลือกตั้งออกหน้าหนังสือพิมพ์กระทั่งเมื่อเช้าวันที่ 23 มกราคม 2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ก่อนหน้านี้ นักวิจารณ์การเมืองบอกว่า ถ้าพระราชกฤษฎีกาประกาศบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อนั้นเมื่อนี้ แล้วมีกำหนดวันสมัครรับเลือกตั้ง กำหนดให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองมีหมายเลข และที่สุดคือกำหนดเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแน่นอน
ส่วนนายกรัฐมนตรีเป็นใครไว้รอหลังนับบัตรในหีบของผู้ออกเสียงเลือกตั้ง ให้เสร็จเรียบร้อยเป็นอันรู้แน่
นับแต่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศยกเลิกคำสั่งที่เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง ทำให้วันนี้พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครสมาชิกลงเลือกตั้งต่างออกหาเสียงกันจ้าละหวั่น ให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งรู้ว่ามีพรรคการเมืองชื่อนั้นชื่อนี้ส่งผู้สมัครคนนั้นคนนี้ ลงในเขตเลือกตั้งจังหวัดนั้นจังหวัดนี้
แต่ยังไม่รู้ว่าเบอร์อะไร แม้เพียงเบอร์เดียวในเขตเลือกตั้งนั้น
ดีเหมือนกัน อย่างน้อยคนไทยได้รู้ว่าวันนี้มีพรรคการเมืองชื่อนั้นชื่อนี้ จะจัดส่งผู้สมัครคนนนั้นคนนี้ลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ตัวเองมีชื่อ แต่รู้ชื่อไม่รู้เบอร์ หรือรู้ชื่อไม่รู้ใจ อย่างนั้นกระมัง
หากมีกำหนดจากคณะกรรมการการเลือกตั้งให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นวันเริ่มสมัครรับเลือกตั้ง จะเป็นวันลุ้นกันว่าพรรคไหนได้เบอร์อะไร ไปติดประกาศป้ายหาเสียงที่หลายคนหลายพรรคปิดประกาศไว้แล้ว ยังไม่ทันไรเริ่มมีบางพรรคถูกกรีดฉีกป้ายกันแล้ว
วันนี้ประเทศไทยมีเลือกตั้งทั่วไป (อีกครั้ง) ส่วนมีแล้วใครได้เป็นรัฐบาล เป็นที่พอใจหรือไม่พอใจแล้ว แต่คนไทยด้วยกันเอง ไม่มีใครมาล้มรัฐบาลได้ เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้
“พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ได้ไหม ฉันจะรักเธอ…” จนกว่าจะมีเลือกตั้งใหม่ หรือใครจะปฏิวัติอีกก็แล้วแต่แป๊ะ
วันนี้ ขอบอกกล่าวเรื่องของตัวเองสักครั้งเถอะครับ พรุ่งนี้ ที่หอสมุดแห่งชาติ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล “นราธิปพงศ์ประพันธ์” ประจำปี 2561 จำนวน 19 คน
ในจำนวนนั้น กระผม “นายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์” เป็นผู้ได้รับรางวัลนี้ด้วยผู้หนึ่ง
กระผมขอน้อมรับเกียรตินี้ด้วยความภาคภูมิใจยิ่ง เพราะรางวัล “นราธิปพงศ์ประพันธ์” เป็นรางวัลที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยพิจารณามอบให้ผู้ประกอบอาชีพนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ กวี นักแปล และบรรณาธิการอาวุโส ผู้สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน และผลงานเป็นที่ยกย่องอย่างกว้างขวาง
ตลอดชีวิตถึงวันนี้ ตั้งแต่เริ่มประกอบอาชีพ กระผมไม่เคยไปทำชีพอื่น นอกจากอาชีพเกี่ยวกับหนังสือ และทำอาชีพจากชื่อหนังสือพิมพ์ประชาชาติที่คุณขรรค์ชัย บุนปาน ไปขอประทานชื่อจาก ศาสตราจารย์พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ตั้งแต่ปี 2517
แม้ประสบปัญหาต้องเปลี่ยนชื่อจากประชาชาติเป็น “มติชน” ชาวคณะยังยึดมั่นในพระปณิธานของพระองค์ที่ว่า “รัฐบาลเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” หรือว่า “อำนาจอธิปไตยมาจากปวงชนชาวไทย” และคำขวัญว่า “บำเพ็ญกรณีย์ ไมตรีจิต วิทยาคม อุดมสันติสุข” ถึงทุกวันนี้และตลอดไป

