คุณภาพคือความอยู่รอด ตอน เพิ่มผลผลิตด้วยซอฟต์แวร์ : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

26.01.19 | 12:35 น.

เมื่อพิจารณาจากกรณีศึกษาของร้านอาหารเมื่อครั้งที่แล้ว จุดเปลี่ยนที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อมีการรับออเดอร์ จากเดิมที่ต้องจดลงบนกระดาษแล้วขีดฆ่าไปมา แล้วเอาไปยื่นให้ที่ห้องครัว ที่ต้องคอยอ่านลายมือของเด็กเสิร์ฟแต่ละคนอย่างปวดหัว ก็เปลี่ยนมาเป็น เด็กเสิร์ฟรับออเดอร์ด้วยแท็บเล็ต ลูกค้านึกจะแก้เพิ่มลดอะไร ก็ทำได้ง่าย ใช้นิ้วจิ้มไม่กี่ทีก็สั่งได้แล้ว ทันทีที่ยืนยันออเดอร์กับลูกค้าแล้ว รายการทั้งหมดก็ถูกส่งไปพิมพ์ที่เครื่องพิมพ์ในห้องครัว (ในแบบที่อ่านง่าย ไม่ขึ้นกับลายมือของพนักงานแต่ละคน) สามารถป้องกันความผิดพลาดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ออเดอร์ที่ว่าก็วิ่งไปรวดเร็วกว่าเดิมมากด้วย

ยิ่งร้านใหญ่ๆ ก็ยิ่งจะเห็นผลได้ชัดเจนว่า พนักงานจะเดินเข้าเดินออกห้องครัวน้อยลงมาก แต่อาหารออกได้เร็วกว่าเดิมมาก

อีกจุดหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ แคชเชียร์ ที่เดิมถ้าไม่มีซอฟต์แวร์จัดการ ก็จะมั่วๆ วุ่นๆ อยู่ตลอดเวลา และเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีใครมั่นใจเลยว่าแคชเชียร์จะไม่คิดเงินผิด จนเกิดเหตุการณ์แบบ “ขายดีจนเจ๊ง”

เมื่อเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์ แคชเชียร์จะทำงานได้ง่ายขึ้น ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น และรวดเร็วมากขึ้น เพราะรายการอาหารของทุกโต๊ะถูกป้อนมาตั้งแต่การสั่งและรับออเดอร์อยู่แล้ว แคชเชียร์มีหน้าที่แค่ตรวจสอบความถูกต้อง และส่งใบเรียกเก็บเงินให้ไปเก็บเงินกับลูกค้าเท่านั้น

จากกรณีตัวอย่างนี้จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์ทำให้สามารถลดต้นทุนเกี่ยวกับพนักงานและกระบวนการทำงานซ้ำซากได้มาก ซึ่งไม่เพียงแต่ธุรกิจร้านอาหารเท่านั้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากการใช้ซอฟต์แวร์ แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจอุตสาหกรรมทุกๆ ประเภทด้วย

Advertisement

ในแง่การลงทุนเพื่อนำซอฟต์แวร์มาใช้งานนั้น เราสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ได้ตั้งแต่ การใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแบบ Tablet พกพา หรือเลือกใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ และสามารถเลือกลงทุนแบบซื้ออุปกรณ์และซอฟต์แวร์เพียงครั้งเดียว (ซื้อขาด) ในราคาตั้งแต่เพียงหลักพันบาท จนหลักหมื่นต้นๆ หรือจะเลือกลงทุนเบาๆ สบายๆ แบบจ่ายรายเดือน (Software as a Service) ซึ่งเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทต่อเดือนเท่านั้น

ส่วนการใช้งาน ก็ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น ผู้ใช้งานแทบไม่ต้องมีความรู้มากนัก เพราะเรียนรู้เพียงเดี๋ยวเดียวก็ใช้งานเป็น ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมายว่า พนักงานรับออเดอร์ก็ใช้เป็นกันทุกคน

ทุกวันนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้ว มีสัดส่วนของการนำซอฟต์แวร์ไปใช้ในธุรกิจอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่า 80% (โดยเฉพาะ SMEs และ SMIs) ขณะนี้บ้านเราก็มีสัดส่วนการเติบโตของการใช้ซอฟต์แวร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการรวมตัวกันของบริษัทคนไทยที่พัฒนาซอฟต์แวร์กันในรูปแบบของ “สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย” (ATSI) ที่รวมตัวกันมานานถึง 20 ปีแล้ว โดยมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการนำซอฟต์แวร์ไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมไทยอยู่เสมอๆ

เรื่องของการเพิ่มผลผลิตเพิ่มรายได้อย่างเป็นระบบด้วยซอฟต์แวร์นี้ ไม่ลองไม่รู้ ครับผม !

วิฑูรย์ สิมะโชคดี