หน้าแรก คอลัมนิสต์ น.3คอลัมน์ : ...

น.3คอลัมน์ : 2 ภาพ การเมือง ภาพ พฤษภาคม 2557 กับ เลือกตั้ง 2562

25.01.19 | 13:13 น.

จินตภาพของประชาชน จำนวนไม่น้อยจะบังเกิดไปยังสถานการณ์การเมืองใหญ่ 2 สถานการณ์ภายหลังได้รับทราบการประกาศและบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้ง พ.ศ.2562

1 คือ สถานการณ์ต่อต้าน “การเลือกตั้ง” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557

ขณะเดียวกัน 1 คือความต่อเนื่องจากสถานการณ์ต่อต้านการเลือกตั้งกระทั่งบานปลายกลายเป็นรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม 2557 ปีเดียวกัน

ไม่ว่าจะ “อยาก” เลือกตั้ง ไม่ว่าจะ “ไม่อยาก” เลือกตั้งก็ตาม

ที่อยากเลือกตั้งเพราะเห็นว่านับแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 การเลือกตั้งก็ว่างเว้นมายาวนานร่วม 8 ปี

Advertisement

ที่ไม่อยากเลือกตั้งเพราะยังรู้สึกว่าหากเลือกก็อาจจะ “แพ้” อีก

ความเจ็บปวดอย่างล้ำลึกก็คือ เป็นความพ่ายแพ้อย่างซ้ำซากเหมือนที่แพ้พรรคไทยรักไทยเมื่อปี 2544 เหมือนที่แพ้พรรคพลังประชาชนเมื่อปี 2550 และเหมือนที่แพ้พรรคเพื่อไทยเมื่อปี 2554

ความ “อยาก” และความ “ไม่อยาก” เลือกตั้งจึงสัประยุทธ์ต่อยตีกัน

ต้องยอมรับว่ามีการเคลื่อนไหว 2 การเคลื่อนไหวซึ่งเกาะเกี่ยวและสัมพันธ์กันอย่างมิอาจแยกขาดจากกันได้โดยง่าย

1 การเคลื่อนไหวของ “กปปส.” และ 1 การรัฐประหาร

ยิ่งเมื่อส่วนหนึ่งของ กปปส.ไปจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ขณะที่อีกส่วนหนึ่งไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และอีกส่วนหนึ่งยังปักหลักอยู่พรรคประชาธิปัตย์

ยิ่งทำให้ 3 พรรคนี้ถูกจับตามองอย่างเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกัน ในเมื่อการเคลื่อนไหวของ กปปส.ดำเนินไปโดยมีเป้าหมายเพื่อปูทางและสร้างเงื่อนไขให้กับการก่อรัฐประหารของ คสช.

การเกาะเกี่ยว ยึดโยงระหว่างกันยิ่งเพิ่มสีสันมากยิ่งขึ้น

เป็นสีสันที่ในที่สุดแล้วไม่ว่าจะเรียกว่า “แม่น้ำ 5 สาย” หรือเรียกว่าพลังประชารัฐ เรียกว่ารวมพลังประชาชาติไทย เรียกว่า (พลัง) ประชาธิปัตย์ในที่สุดก็ไหลไปรวมกันที่ทะเล

บนเป้าหมายของการต่อยอด “อำนาจ” ให้กับ “คสช.”

การก่อรูปขึ้นของพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเรียกว่าพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเรียกว่ารวมพลังประชาชาติไทย จึงยิ่งขับเน้นให้บทบาทของ คสช.มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้น

เด่นชัดแม้ว่ารวมพลังประชาชาติไทยจะไม่เสนอชื่อ “นายกรัฐมนตรี”

เด่นชัดแม้ว่า (พลัง) ประชาธิปัตย์จะออกท่าออกทางว่าไม่ต้องการนายกรัฐมนตรี “คนนอก” และจะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคของตนเป็นนายกรัฐมนตรี

เพราะว่าชื่อของนายกรัฐมนตรีเป็นงานของ “พลังประชารัฐ”

เหลือเวลาเพียง 50 กว่าวันการเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม แต่ท่าทีของพรรคการเมืองแทบไม่มีอะไรปิดบังอำพรางได้

เราเห็นพรรคที่ “เอา” กับ คสช. เราเห็นพรรคที่ “ไม่เอา” กับ คสช.

ขณะเดียวกัน ก็เห็นพรรคที่พยายามแทง “กั๊ก” โดยอ้างผลการเลือกตั้งเหมือนกับจะให้ความเคารพต่อเสียงของประชาชนทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแอบเอียงข้างอยู่แล้ว

คำตอบสุดท้ายย่อมเป็น “24 มีนาคม”

จากนี้ทิศทางของการเลือกตั้งก็ไม่มีวิถีอื่นใดให้ประชาชนต้องเลือกและตัดสินใจนอกจาก 1 จะเอากับ คสช.จะเห็นชอบกับการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

หรือ 1 ไม่เอากับ คสช. ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เป็นเส้นทาง 2 สายนี้เท่านั้น ไม่มีหนทางสายที่ 3 หนทางสายที่ 4 สถานการณ์จะค่อยๆ คัดกรองและแยกจำแนกแต่ละพรรคการเมืองให้ประชาชนได้เห็น

คำตอบสุดท้ายอ่านได้จาก “24 มีนาคม” แน่นอน ไม่มีวันอื่น