คนที่มีสุขภาพแข็งแรงอายุเยาว์วัย ยังไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อน จะไม่เห็นความจำเป็นและความสำคัญของแพทย์โรงพยาบาลและเวชภัณฑ์ยารักษาโรค แต่ยามใดที่เกิดการป่วยเจ็บขึ้นมาด้วยโรคภัยหรืออุบัติเหตุถึงขนาดต้องพบแพทย์ ใช้ยารักษาหรือนอนพักรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว ผู้ป่วยทุกคนย่อมถวิลหาหมอรักษาที่เก่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และต้องการยาดีมีคุณภาพเพื่อรักษาอาการป่วยเจ็บให้ฟื้นหายคลายดีโดยเร็วที่สุด ไม่ต่างอะไรกับคนที่ไม่เคยถูกฟ้องคดีหรือฟ้องร้องคนอื่น ย่อมไม่เห็นความจำเป็นของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะองค์กรศาลยุติธรรม หากจะให้แคบลง ถ้าครอบครัวยังไม่เคยมีบุตรหลานถูกจับกุมดำเนินคดีหรือตกเป็นผู้เสียหาย ย่อมเห็นว่าศาลเยาวชนและครอบครัวเป็นเรื่องไกลตัว ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเรียนรู้ แท้จริงแล้วการที่ทุกคนมีโอกาสรับรู้บทบาทหน้าที่ภารกิจของหน่วยงานศาลหรือองค์กรทางสังคมทรัพย์ เป็นทุนความรู้ที่มีประโยชน์ในยามที่ตนเองหรือบุคคลในครอบครัวประสบเหตุที่ต้องเข้าถึงหน่วยงานดังกล่าว ในวันนี้ผู้เขียนจะเชิญทุกท่านไปรู้จักกับศาลเยาวชนและครอบครัวว่ามีบทบาทหน้าที่อย่างไร มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสงบสุขของครอบครัวและสังคมชุมชนอย่างไรบ้าง โดยจะตั้งเป็นประเด็นคำถามเพื่อค้นหาคำตอบด้วยกัน
1.ศาลเยาวชนและครอบครัวชี้ขาดตัดสินคดีผู้กระทำผิดประเภทใดบ้าง ผู้ใหญ่ที่กระทำผิดมีโอกาสถูกฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่
ตอบ ตามกฎหมายบุคคลผู้กระทำผิดอาญาทุกประเภท ที่ถูกฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวต้องมีอายุ 10 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ในวันกระทำความผิด ซึ่งคือเด็กและเยาวชนนั้นเอง มีกรณีขณะกระทำความผิดผู้กระทำอายุไม่ถึง 18 ปีแล้วหลบหนี ตำรวจจับกุมตัวได้เมื่ออายุ 30 ปี ก็ยังต้องนำตัวมาฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว เพราะกฎหมายถือเอาวันกระทำความผิดเป็นสำคัญ ส่วนจะใช้วิธีการลงโทษหรือจะทำโทษอย่างไรขึ้นอยู่กับข้อหาและสภาพความผิดที่ได้กระทำลงไป แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่ที่มีอายุกว่า 18 ปีขึ้นไปกระทำความผิดที่ต้องมาขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวคือ ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มีผู้ใหญ่ไปกระทำทารุณกรรมเด็ก ขายสุราหรือบุหรี่ให้แก่เด็กเยาวชนและตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวที่สามีทำร้ายภริยาหรือบุคคลในครอบครัว ก็ต้องนำตัวผู้กระทำความผิด มาฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว
นอกจากนี้ ยังมีคดีครอบครัวที่คู่สมรสฟ้องหย่า เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร หรือค่าเลี้ยงชีพ คดีที่ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือส่วนได้เสีย เช่น พ่อแม่ต้องการขายทรัพย์สินของผู้เยาว์ที่มีอายุยังไม่เกิน 20 ปี เป็นต้น
2.ผู้พิพากษาในศาลเยาวชนและครอบครัวมีหลักคิดในการตัดสินคดีเด็กเยาวชนที่กระทำความผิดอย่างไรบ้าง
ตอบ ผู้พิพากษาที่มาปฏิบัติหน้าที่ในศาลเยาวชนและครอบครัว ต้องมีคุณสมบัติที่เอื้อต่อการทำงานด้านเด็ก ต้องผ่านการอบรมความรู้เรื่องจิตวิทยาเด็ก กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กเยาวชน ซึ่งบัญญัติหลักการชัดเจนว่าเด็กเยาวชนที่กระทำความผิด ยังอ่อนต่อโลก อ่อนเยาว์และยังอ่อนแอ วุฒิภาวะการคิดตัดสินใจยังไม่เติบโตเต็มวัย ถูกชักจูงได้ง่าย ไม่รู้โทษภัยที่จะเกิดขึ้น มีความคึกคะนองตามวัย การตัดสินใจกระทำความผิดจึงเป็นเรื่องง่ายเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น การจะใช้มาตรการลงโทษจำคุกแบบผู้ใหญ่จึงไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง กฎหมายจึงออกแบบว่า ควรใช้วิธีการสำหรับเด็กมาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูหรือฝึกอบรมเด็กแทนการลงโทษจำคุกในเรือนจำ เช่น การกำหนดมาตรการ หรือเงื่อนไขในการปรับเปลี่ยนสำนึกและพฤติกรรมของเด็ก มีการนำเด็กเข้าค่ายอบรมเรื่องคุณธรรม จริยธรรมร่วมกับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ฝึกทักษะการใช้ชีวิตที่ถูกต้องในเรื่องความฉลาดทางอารมณ์และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล เข้าอบรมในหลักสูตรระเบียบวินัยการรู้จักคุณค่าตัวเองและจิตสำนึกที่ดีในค่ายทหารที่เป็นมืออาชีพ หรือเปลี่ยนโทษจำคุกเพื่อส่งตัวไปฝึกและอบรมอาชีพและศึกษาเล่าเรียนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นต้น
3.ผู้พิพากษาในศาลเยาวชนและครอบครัว บางท่านยังไม่เคยมีครอบครัวหรือเคยมีบุตรมาก่อน จะเข้าใจธรรมชาติของเด็กและตัดสินคดีได้ถูกต้องแม่นยำอย่างไร กฎหมายมีทางออกไว้หรือไม่
ตอบ เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยสำหรับผู้พิพากษาอาชีพที่ไม่เคยมีบุตรหรือเคยมีประสบการณ์ชีวิตครอบครัวมาก่อน จะล่วงรู้เข้าใจวิธีคิดหรือมูลเหตุจูงใจในการกระทำความผิดของเด็กได้ถ่องแท้ รวมทั้งปัญหาสาเหตุทางเพศสภาพตามวัยที่เด็กเยาวชนกระทำความผิด และหากไม่เข้าใจในปรัชญาและเจตนารมณ์หรือมีองค์ความรู้เพียงพอ การชี้ขาดตัดสินคดีย่อมไม่ไปสู่เป้าหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก เหมือนหมอที่วินิจฉัยโรคผิดพลาด จึงรักษาและจ่ายยาผิดไปด้วย
ดังนั้น กฎหมายจึงออกแบบพิเศษว่า ในการชี้ขาดตัดสินคดีเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด ต้องมีผู้พิพากษาสมทบร่วมเป็นองค์คณะในการปรึกษาคดีเพื่อค้นหาทางเลือกที่เหมาะสมในการแก้ไขสงเคราะห์เด็กเป็นการเฉพาะราย
4.ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวเป็นใคร มีบทบาทหน้าที่ความสำคัญอย่างไร และจะมีผลงานในการสงเคราะห์เด็กที่เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง
ตอบ ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวคือ ตัวแทนของสังคมชุมชนที่มีจิตอาสาสมัครใจเข้ามารับการคัดเลือกจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบเพื่อช่วยเหลือศาลในการแก้ปัญหาเด็กเยาวชนที่กระทำความผิดในสังคมชุมชนตนเอง เติมเต็มประสบการณ์ชีวิตที่ขาดไปของผู้พิพากษาอาชีพ ในการเข้าใจถึงพฤติกรรมตามวัยของเด็กเยาวชนที่กระทำความผิดว่าสมควรแก้ไข บำบัด ฟื้นฟูด้วยวิธีการใดจึงเหมาะสม ไม่ใช่ลงโทษจำคุกหนักเท่าไรจึงเหมาะสม แต่จะค้นหาวิธีการอบรมสั่งสอนสงเคราะห์อย่างไรเพื่อให้เด็กเยาวชนกลับตนเป็นพลเมืองดีได้มากกว่า กฎหมายจึงกำหนดว่า การนั่งพิจารณาพิพากษาคดี ต้องมีผู้พิพากษาสมทบ 2 คน เป็นองค์คณะ และ 1 คนต้องเป็นสตรี จึงจะถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น การตัดสินคดีจึงมุ่งไปสู่ทางเลือกที่เป็นคุณแก่เด็กมากกว่าการกำจัดเสรีภาพในเรือนจำ ส่วนการสงเคราะห์เด็กที่เป็นรูปธรรมนั้น ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีนโยบายให้ผู้พิพากษาสมทบหนึ่งคนดูแลสงเคราะห์และติดตามเด็กเยาวชนผู้กระทำความผิด 3 คนใน 1 ปี โดยให้ผู้พิพากษาสมทบที่นั่งพิจารณาคดีนั้น เป็นผู้เรียกเด็กด้วยตนเองว่าประสงค์จะเลือกเด็กเยาวชนคนใดมาสงเคราะห์ดูแล ติดตาม เพื่อป้องกันมิให้เด็กเยาวชนกระทำความผิดซ้ำ ทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้ปกครองเป็นพี่เลี้ยงที่คอยให้คำปรึกษาแนะนำในการครองตนที่ถูกต้องแก่เด็กแต่ละคน ปัจจุบันผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 2,000 คน หากดำเนินการตามโครงการนี้ใน 1 ปี ผู้พิพากษาสมทบสามารถดูแลเยาวชนตามโครงการดังกล่าวได้ไม่น้อยกว่า 6,000 คนต่อปี ซึ่งอานิสงส์ผลบุญจะเกิดแก่เด็กเยาวชนครอบครัวและสังคมชุมชนอย่างอเนกอนันต์
5.หากเยาวชนกระทำความผิดร้ายแรงไม่เข็ดหลาบเป็นภัยต่อสังคมอย่างรุนแรง กฎหมายจะยังให้โอกาสเยาวชนทุกครั้งไปหรือไม่
ตอบ ในกฎหมายของเยาวชนและครอบครัวมีบัญญัติทางแก้ ไว้ในมาตรา 97 วรรคสองว่า ในกรณีที่เยาวชนมีสภาพร่างกายสภาพจิตใจสติปัญญาและนิสัยเป็นผู้ใหญ่อายุเกิน 18 ปีแล้ว แม้จะกระทำความผิดในขณะยังเป็นเยาวชน แต่ถ้ามีการตรวจกายตรวจจิตโดยแพทย์แล้ว พบว่าบุคคลดังกล่าวมีสติปัญญาร่างกายตามที่กฎหมายกำหนดเป็นผู้ใหญ่เกินตัวแล้ว ก็ถือว่าผู้กระทำความผิดเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็ก เข้าตำราว่า เจนโลก แก่เกินวัย ใจอาชญากร วิธีการอบรมสั่งสอนแก้ไขให้โอกาสน่าจะใช้ไม่ได้กับผู้กระทำความผิดเหล่านี้แล้วกฎหมายให้ศาลเยาวชนและครอบครัว สามารถโอนคดีไปให้ศาลผู้ใหญ่ตัดสินคดีได้ แต่กรณีดังกล่าวต้องเป็นการเฉพาะรายที่หนักหนาสาหัสจริงๆ
ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองความสงบเรียบร้อยปลอดภัยของสังคมควบคู่ไปด้วย
6.เด็กเยาวชนที่กระทำความผิดศาลต้องตัดสินออกคำพิพากษาทุกคดีหรือไม่ และมีทางเลือกที่เป็นคุณแก่เด็กกว่านี้หรือไม่
ตอบ กฎหมายศาลเยาวชนและครอบครัวปี 2553 มีบทบัญญัติทางเลือกที่เป็นคุณแก่เด็กเยาวชนผู้กระทำความผิด กล่าวคือ มีการบัญญัติไว้ในหมวดว่าด้วยมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในมาตรา 90 กล่าวคือ ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี หากศาลเห็นว่าเด็กเยาวชนสำนึกในการกระทำพฤติการณ์แห่งคดี ไม่ร้ายแรงเป็นภัยต่อสังคมเกินสมควร โจทก์และผู้เสียหายไม่คัดค้าน และศาลเห็นว่าเด็กเยาวชนสามารถกลับตนเป็นพลเมืองดีได้ ก็ให้ศาลหันเหคดีใช้มาตรการพิเศษดังกล่าวแทนการตัดสินคดีผ่านการประชุมกลุ่มครอบครัวภายใต้หลักกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ หากเด็กเยาวชนปฏิบัติตามแผนแก้ไขฟื้นฟูสำเร็จ ก็ให้ศาลจำหน่ายคดีและสิทธิคดีอาญาเป็นอันระงับสิ้นไป เท่ากับว่าเด็กเยาวชนดังกล่าวไม่เคยต้องคำพิพากษามาก่อนและไม่ต้องเข้าสู่ระบบการพิจารณาในชั้นศาลให้มีมลทินติดตัว
7.ศาลเยาวชนและครอบครัวได้สร้างความสมดุลในการดูแลผู้กระทำผิดกับเหยื่ออาชญากรรมที่ได้รับผลร้ายอย่างไรบ้าง
ตอบ ในมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาดังกล่าว กฎหมายให้ความสำคัญกับผู้เสียหายมาก กล่าวคือ ผู้เสียหายต้องยินยอมให้จำเลยเข้าสู่กระบวนการนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้จำเลยได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดเสียหายของผู้เสียหาย ชดใช้เยียวยาให้แก่ผู้เสียหายให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสสำนึกในการกระทำของตนเองว่าได้ก่อภัยให้ผู้เสียหายและสังคมชุมชนอย่างไรบ้าง เพื่อให้ผู้เสียหายให้อภัยแก่จำเลยรวมทั้งเปิดโอกาส ให้เด็กเยาวชนกลับไปมีที่ยืนในสังคมได้ด้วย
8.ในคดีอาญา ส่วนใหญ่พ่อแม่ยากจน ต้องกู้เงินนอกระบบมาประกันตัวลูก แม้จะเป็นเงินไม่เกินหลักหมื่น แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงมาก บางรายไม่จ่ายในกำหนด ถูกเจ้าหนี้ทำร้ายก็มี ศาลเยาวชนและครอบครัว จะมีหนทางผ่อนภาระเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
ตอบ ปัจจุบันศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีนโยบายให้ประกันตัวเด็กและเยาวชนในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี โดยผู้ปกครองของเด็กไม่ต้องวางเงินหรือหาหลักทรัพย์มาประกัน เพียงแต่ทำสัญญาประกันกับศาลว่าหากผิดสัญญายินยอมชดใช้เงินหรือค่าปรับตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวเด็กและเยาวชนที่ขาดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ
โครงการนี้ใช้กับศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศด้วย
9.ปัจจุบันปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อเด็กเยาวชนและบุคคลในครอบครัวมีมากขึ้น อยากทราบว่าศาลเยาวชนและครอบครัวมีมาตรการอย่างไรในการรับมือกับปัญหาดังกล่าว
ตอบ ต้องยอมรับว่าการใช้ความรุนแรงต่อเด็กสตรีและบุคคลในครอบครัวยังมีเกิดขึ้นตลอดทุกหัวระแหง เป็นปัญหาทางสังคมที่ยังไม่หมดสิ้นไป เรื่องนี้ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีนโยบายรับมือกับปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว สองประการคือ หนึ่ง หากมีคดีที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ก็จะนำผู้กระทำความผิดมาฟ้องที่ศาลนี้ ศาลก็จะทำการไกล่เกลี่ยปรับทัศนคติ และออกมาตรการบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ถูกกระทำความรุนแรง หรือให้ผู้กระทำความรุนแรงชดใช้ค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งผู้ร้องขอสามารถขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อออกคำสั่งโดยพลันได้ เป็นต้น มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นก่อนการยอมความถอนฟ้องหรือถอนคำร้องทุกข์เพื่อแก้ไขพฤติกรรมของผู้กระทำความรุนแรงในครอบครัว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับไปอยู่กินเป็นครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ ในหมวด 15 ของกฎหมาย ว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัว มีการพิจารณาคดีคุ้มครองสวัสดิภาพ กล่าวคือ หากมีการกระทำความรุนแรงในครอบครัวต่อเด็กเยาวชน สตรี ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถมายื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อขอให้ออกคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพบุคคลในครอบครัวได้โดยพลันไม่ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจก่อน และแม้คดีขาดอายุความก็สามารถมาร้องขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพได้
นอกจากนี้ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีโครงการห้ามใช้ความรุนแรงต่อเด็กที่เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงต่อร่างกายจิตใจหรือคำพูด ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เด็กเยาวชนไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำความผิด ผู้เสียหาย หรือมาเป็นพยานในชั้นศาลต้องถูกกระทำความรุนแรงโดยไม่เป็นธรรม โดยจะมีการอบรมข้าราชการศาล ผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบทุกคน ให้ทราบถึงหลักการและวิธีการในการหลีกเลี่ยงไม่ใช้ความรุนแรงดังกล่าว
และจะให้ศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศปฏิบัติ
10.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ก่อตั้งมาครบ 67 ปี ในวันที่ 28 มกราคม 2562 อยากทราบว่าในโอกาสครบรอบวันสถาปนาศาลดังกล่าว มีกิจกรรมที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง
ตอบ กิจกรรมที่สำคัญในปีนี้มี 3 ส่วนด้วยกันคือ พิธีสงฆ์ตักบาตรทำบุญเลี้ยงพระ เพื่อความเป็นสิริมงคล มีการจัดนิทรรศการนำผลิตภัณฑ์ฝีมือผลงานของเด็กและเยาวชนมาจัดแสดงและจำหน่ายในงาน ส่วนภาคบ่ายมีการเสวนาทางวิชาการเรื่อง “เหลียวหลัง แลหน้า ศาลเยาวชน : ย่างก้าวบนความเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ทนายวันชัย สอนศิริ และนายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นต้น จัดที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ถนนกำแพงเพชร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
11.ปัจจุบันสภาพความเจริญทางเศรษฐกิจสังคมและเทคโนโลยีมีความเจริญไปไกลแบบก้าวกระโดด ทำให้พฤติกรรมการกระทำความผิดของเด็กเปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตมาก อยากทราบว่าศาลเยาวชนและครอบครัวมีแนวทางอย่างไรในการรับมือกับปัญหาสภาพปัญหาดังกล่าว
ตอบ ในประการแรก บุคลากรของศาลเยาวชนและครอบครัวทุกคน ต้องมีการพัฒนาความรอบรู้ให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมในทุกมิติ ต้องศึกษาเรียนรู้ถึงปัญหาสาเหตุที่เป็นมูลเหตุจูงใจให้เด็กกระทำความผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเทคโนโลยีการสารสนเทศและการสื่อสารต้องมีความเข้าใจถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กเยาวชนในยุคใหม่ที่มีทัศนคติค่านิยมเปลี่ยนแปลงไปฝังตัวอยู่ในสังคมไอทีดิจิทัล พูดคุยกับเครื่องมือสื่อสารแทนคน พฤติการณ์ในการกระทำผิดเปลี่ยนแปลงไป เช่น มีการแอบอ้างแสดงตนมาหลอกลวงเหยื่อเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ เป็นการกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ ผ่านสังคมออนไลน์ เป็นต้น ผู้เกี่ยวข้องในศาลจึงต้องเรียนรู้ให้เท่าทัน จึงจะสามารถรับมือกับประเภทคดีที่มีความซับซ้อนมากขึ้นได้
ประการต่อมา ศาลเยาวชนและครอบครัวต้องค้นหาศาสตร์แขนงใหม่ องค์ความรู้ใหม่ หรือเครื่องมือใหม่ๆ ที่เหมือนยารักษาโรคชนิดใดที่จะนำมาใช้ในการแก้ไขบำบัดรักษาเด็กเยาวชนที่ผิดให้เหมาะสมกับสภาพความผิดและตัวเด็กเยาวชนเป็นการเฉพาะราย จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ
อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

