หน้าแรก คอลัมนิสต์ 5จี ในมุมมองข...

5จี ในมุมมองของอินเทล : โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

28.01.19 | 13:13 น.

ในยุคที่พีซีครองตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ชื่อของ อินเทล รู้จักกันทั่วไปในทุกๆ บ้านเรือนไปค่อนโลก

เมื่อถึงยุคหัวเลี้ยวหัวต่อของเทคโนโลยีใหม่ในการเชื่อมต่อไร้สายแบบ 5จี ถ้าใครคิดว่า อินเทล จะงอมืองอเท้าไม่ทำอะไรเลย ก็คงผิดธรรมชาติของยักษ์ใหญ่ในวงการไปหน่อย

คำให้สัมภาษณ์ของ แซนดรา ริเวรา รองประธานอาวุโสของอินเทล ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปกลุ่มแพลตฟอร์มเครือข่ายของบริษัท ที่ปรากฏในเว็บไซต์ ฟอร์บส์ นิตยสารด้านธุรกิจ-เศรษฐกิจชื่อดังทางฝั่งอเมริกัน เมื่อกลางเดือนมกราคมนี้ ให้มุมมองเกี่ยวกับโลกในยุค 5จี ของอินเทลไว้อย่างชัดเจนทีเดียว

แซนดราบอกว่า 5จี ในสายตาของ อินเทล ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเชื่อมต่อไร้สายที่เร็วขึ้นจาก 4จี เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่เทคโนโลยีไร้สายในยุค 5จี เป็นการบูรณาการระหว่างคอมพิวติ้ง หรือการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์เข้ากับระบบของการสื่อสารได้ “อย่างแท้จริง”

Advertisement

ดังนั้น ในความคิดของแซนดรา จึงมองว่าการมาถึงของยุค 5จี เป็นทั้ง “วิวัฒนาการ” และ “การปฏิวัติ” วงการไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว

องค์ประกอบในแง่วิวัฒนาการนั้น แซนดราบอกว่าเป็นเรื่องของสปีดในการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก ที่รู้สึกได้จากสมาร์ทโฟนในมือเรา ซึ่งเป็นไปได้ด้วยเทคโนโลยีในการ “บีม” ข้อมูลและการพัฒนาคลื่นความถี่ให้เป็นมิลลิเมตรเวฟ บวกกับการเพิ่มชุดเสารับสัญญาณจำนวนมากเข้าไป

ผลลัพธ์ที่ได้คือการสื่อสารไร้สายที่มีแบนด์วิธกว้างกว่าเดิมมาก และมีสปีดเร็วกว่าเดิมมากพร้อมๆ กัน นี่คือวิวัฒนาการในสายตาของอินเทล

ในส่วนของการปฏิวัติการสื่อสารนั้น แซนดราบอกว่า เป็นเพราะในยุค 5จี ทำให้ระบบการประมวลด้วยคอมพิวเตอร์ขั้นสูงเข้าใกล้ปลายสุด หรือเอ็นด์ พอยต์ ทั้งสองด้านไปพร้อมๆ กัน

ปลายสุดด้านหนึ่งคือส่วนที่ทำหน้าที่รังสรรค์ข้อมูล ปลายสุดอีกด้านหนึ่งของการสื่อสารก็คือ ผู้บริโภคข้อมูล

เธอยกตัวอย่างเรื่อง ภาพยนตร์ มาเป็นอุทาหรณ์ ที่ผ่านมา ผู้นำเสนอสื่อผ่านเครือข่ายไร้สาย ไม่เคยได้นำเสนอคุณภาพที่แท้จริงที่ตนอยากให้ปลายสุดอีกด้าน คือผู้บริโภคได้ดูแบบกระจะๆ เหตุเพราะตัวกลางคือเครือข่ายสื่อสารที่ยังไม่ดีพอ ไม่เร็วพอ ไม่ราบรื่นพอ

โลกยุค 5จี เปลี่ยนสภาพดังกล่าวให้ดีขึ้นได้อย่างชัดเจน ถือเป็นการมอบประสบการณ์ใหม่ที่พอใจทั้งคนทำและคนเสพรับ ด้วยอัตราการหน่วงที่ลดลงต่ำสุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตอบสนองได้เร็วอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในอีกแง่หนึ่ง 5จี ทำให้สรรพสิ่งทั้งหลายนับเป็นพันล้านชิ้นที่ไม่เคยเชื่อมโยงถึงกันมาก่อน เชื่อมต่อเข้าด้วยกันได้

ก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้มาก่อนอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบยานยนต์อัตโนมัติ, ระบบติดตามตรวจสอบอัจฉริยะทั้งหลายในตัวเมือง, อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้านเรือนของทุกคน หรือแม้กระทั่ง หุ่นยนต์อัจฉริยะที่ทำหน้าที่ไม่รู้เหนื่อยในโรงงานการผลิต

โลกยุค 5จี จะสร้างข้อมูลดิจิทัลใหม่ขึ้นมาอีกมหาศาล ข้อมูลใหม่เหล่านี้ทำให้เราล่วงรู้ถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านของเราได้ในทุกเวลาที่เราต้องการ รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงงานผลิต และในตัวเมืองทั้งเมือง อำนวยให้เราสามารถจัดการระบบการจราจรใหม่ที่ลื่นไหลกว่าเดิม พร้อมๆ กับที่คนเดินถนนทั่วไปก็ปลอดภัยมากขึ้นด้วย

เราจะสามารถรู้ได้ว่าเมื่อไหร่เราควรเปิดแอร์คอนดิชั่นที่บ้าน แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ภายในบ้าน หรือออกคำสั่งให้อุปกรณ์ตัวหนึ่งตัวใดภายในบ้านทำงาน

ในโรงงานผลิตที่มีสายพานการผลิตอัจฉริยะ ผลผลิตที่บกพร่อง ไม่สมบูรณ์ สามารถถูกเลือกหยิบออกมาแยกไว้ต่างหากได้ด้วยคอมพิวเตอร์วิชั่น การบริหารจัดการระบบการทำงานให้ไหลเวียนสม่ำเสมอ และมีประสิทธิภาพ เป็นไปได้มากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา รู้แม้กระทั่งเวลาที่ควรซ่อมบำรุงที่ทำให้เราสามารถเรียกวิศวกรมาทำหน้าที่ได้ก่อนที่เครื่องจักรจะเสียหาย เป็นต้น

นี่ไม่เพียงช่วยให้เกิดการเข้าถึงระบบการประมวลผลคุณภาพสูงได้เท่านั้น ยังช่วยให้เกิดการประยุกต์ใหม่ๆ มหาศาลขึ้นตามมา หลังจากที่เทคโนโลยีรุ่นก่อนๆ ไม่เอื้อให้ทำได้

คำถามสำคัญถัดมา คือจังหวะก้าวของ 5จี จริงแล้วเป็นอย่างไร? ผมขอยกคำตอบของแซนดรามาบอกเล่าต่อในสัปดาห์หน้าครับ