งานพระราชทานเพลิงครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 ม.ค.นี้ ที่ จ.ขอนแก่น คาดกันว่าจะมีบรรดาศิษยานุศิษย์นับแสนคนจะเดินทางเข้าไปกราบสักการะ ก่อนมีพิธีลอยอังคารเถ้าอัฐิ ในเช้าวันที่ 30 ม.ค. โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จะนำกล่องบรรจุเถ้าอัฐิหลวงพ่อคูณขึ้นรถเดินทางมายัง จ.หนองคาย ต่อทันที
ตามกำหนดจะมีการเชิญกล่องบรรจุเถ้าอัฐิขึ้นวางบนแท่นที่ลานริมโขง หน้าสถานีเรือหนองคาย ให้ประชาชนเข้ากราบไหว้ จากนั้นจะเชิญกล่องบรรจุอัฐิหลวงพ่อคูณลงเรือ ล.169 มีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 4 รูป ผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัดที่เกี่ยวข้อง ทั้งหนองคาย ขอนแก่นและนครราชสีมา รวมทั้งอีกหลายท่านไม่เกิน 15 คน เคลื่อนขบวนเรือทวนน้ำไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ประชาชนสองข้างฝั่งแม่น้ำโขงจะมีโอกาสชมขบวนเรือดังกล่าว จากนั้นจะหันเรือกลับเดินเรือไปประกอบพิธีลอยอังคาร บริเวณพระธาตุกลางน้ำ จะทำการวนรอบพระธาตุกลางน้ำ 3 รอบ ก่อนร่วมทำพิธีโปรยเถ้าอัฐิทั้งหมดไม่ให้เหลือ คาดว่าใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง
หลวงพ่อจากไป แต่ความดีของหลวงพ่อที่ทำไว้มีอยู่มากมาย ประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดหนังสือที่ระลึกในงานพิธีพระราชทานเพลิงครูใหญ่ และครูใหญ่พระเทพวิทยาคมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ มีทั้งหมด 3 เล่ม ผ่านเว็บไซต์มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ที่เผยแพร่ลิงก์เพื่อให้ดาวน์โหลดได้ฟรี
3 เล่มประกอบด้วย 1.หนังสือที่ระลึก จะทำแจกเฉพาะญาติครูใหญ่ ทำเป็นประจำทุกปี สำหรับปี 2561 มีจำนวน 800 เล่ม จะเรียบเรียงประวัติ ครูใหญ่ ผู้อุทิศร่างกายให้การศึกษาแก่นักศึกษาศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 640 ท่าน โดยมีครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ เป็นลำดับที่ 1 ดาวน์โหลดได้ที่ https://goo.gl/bN3TZ7
เล่มที่ 2 เป็นหนังสืออาจาริยานุสรณ์ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เล่มเล็ก 44 หน้า ผลิตจำนวน 300,000 เล่ม จะแจกผู้มาร่วมงาน ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. ดาวน์โหลดได้ที่ https://goo.gl/kJ962k
และเล่มที่ 3 หนังสืออาจาริยานุสรณ์ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เล่มใหญ่ ประมาณ 100 หน้า ผลิตจำนวน 5,000 เล่ม แจกแขกสำคัญ ดาวน์โหลดได้ที่ https://goo.gl/cw2doS
เมื่อหยิบความตอนหนึ่งจากเล่มที่ 2 มากล่าวถึง ณ ที่นี้ ตามประวัติหลวงพ่อคูณก่อนตัดสินใจว่าจะต้องบวชตลอดชีวิตนั้น เดิมตั้งใจจะบวชเพียง 3 พรรษา ด้วยความยากลำบากในการดำเนินชีวิตของตนเองและผู้คนในบ้านเกิด ก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะทำอย่างไรเพื่อช่วยคนเหล่านี้ให้พ้นทุกข์ได้ ก่อนที่หลวงพ่อคูณตัดสินใจจะอุทิศถวายชีวิตบวชเพื่อพระพุทธศาสนาตลอดไป ด้วยคำกล่าวที่ว่า
“อันตัวกูก็ต่ำต้อยน่อยค่าอย่างนี้ ถ้าซึกออกไปจะทำประโยชน์อะไรให้คนในแผ่นดิน ลำพังการเลี่ยงตัวเองก็จะเอาตัวไม่รอด แต่การบวชเรียนถือศีลอยู่ หากมีความรู่ มีคุณธรรม อาจจะช่วยเหลือเกื้อกูลพวกเขาให่พ่นวิบากกรรมได้มากกว่า”
ในหนังสือดังกล่าว ยังระบุไว้อีกช่วงหนึ่ง ในอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล จนวาระสุดท้ายของหลวงพ่อเมื่อ 15 พ.ค.2558 เกิดภาวะลมรั่วในปอดอย่างเฉียบพลัน ส่งผลให้ปอดและหัวใจหยุดทำงาน มรณภาพอย่างสงบเมื่อเวลา 11.45 น. ของวันที่ 16 พ.ค.2558 สิริรวมอายุได้ 91 ปี
รวมทั้งการกล่าวถึงการบำเพ็ญทานบารมีที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะเป็นครูใหญ่และทำพินัยกรรมอันล้ำค่า มีการบันทึกคำพูดของท่านไว้ดังนี้ “เมื่อกูตายแล้ว กูกลัวว่าศพของกูนี่แหละจะเป็นภาระยุ่งยากของลูกหลาน จะเกิดความสับสนวุ่นวายเพราะคนที่มาหากู ฝากตัวเป็นศิษย์มีมากมายหลายประเภท มีทั้งดีทั้งเลว ละโมบ โลภมาก มาแสวงหาประโยชน์ต่างๆ นานา โดยไม่กลัวบาปกรรม…… กูจึงขอให้โรงพยาบาลมารับเอาศพไปภายใน 24 ชั่วโมง และหลังจากสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าแล้ว ก็ให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเช่นเดียวกับศพของอาจารย์ใหญ่ท่านอื่นๆ….”
สามารถติดตามดาวน์โหลดไปอ่านกัน คำสั่งเสียหรือคำวาจาสั่งสอนอันใดที่หลวงพ่อคูณกล่าวไว้มากมาย ได้ถูกบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

