หน้าแรก คอลัมนิสต์ กองทุนแบ่งปัน...

กองทุนแบ่งปันครู ของดีที่อ่างทอง โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

12.05.16 | 14:30 น.
สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล

ครับ ขอคุยเรื่องการศึกษาประชารัฐ ต้องโฟกัสที่พัฒนาครู ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วอีกสักตอน

เพราะติดตามความเคลื่อนไหวของกระทรวงศึกษาธิการ มีโครงการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ CONNEXT Ed (School Partner Leadership Program) สร้างผู้นำควบคู่กับการขับเคลื่อนโรงเรียนประชารัฐ ใช้งบประมาณทั้งภาครัฐและเอกชนหลายพันล้าน

กับโครงการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเจ้าภาพ จัดงาน Startup Thailand 2016 รัฐบาลจะทุ่มงบประมาณจัดตั้งกองทุนเริ่มต้น 300 ล้านเหรียญ

ทำให้คิดถึงอีกกองทุนหนึ่ง ซึ่งเขียนไว้ในกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ตั้งแต่ปีมะโว้ 2542 แต่จนป่านนี้ยังย่ำอยู่กับที่ ไปไม่ถึงไหน

กองทุนพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ครับ

Advertisement

ตามกฎหมายแม่บทฉบับดังกล่าว มาตรา 52 วรรคท้าย บัญญัติว่า รัฐพึงจัดสรรงบประมาณและจัดตั้งกองทุนพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเพียงพอ

กระทรวงศึกษาธิการ สมัยคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ จัดระดมทุนเมื่อต้นปี 2554 จากภาครัฐ ภาคเอกชนได้รับเงินบริจาคประเดิมการจัดตั้งกองทุน 120 ล้านบาท เพื่อเป็นเครื่องมือเพิ่มคุณภาพครู หัวใจของการปฏิรูปการศึกษา

แต่จากนั้นมาก็เงียบหาย จนครูและผู้คนลืมไปแล้วว่าประเทศนี้ยังมีกองทุนนี้อยู่

ที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะบอกว่าขณะที่กลไกรัฐกำลังคิดทำโครงการขนาดใหญ่มากมาย ซึ่งก็มีประเด็นเกี่ยวกับการผลิตและพัฒนาครูอยู่ด้วยก็ตาม แต่การปฏิบัติจริงในสิ่งที่ควรทำก่อน กลับละเลยปล่อยให้ค้างคา ไม่คืบหน้า จึงควรหยิบขึ้นมาทำให้เห็นผลเป็นเรื่องเป็นราวเสียในคราวเดียวกันนี้

เหตุที่ยังชะงักงัน หยุดนิ่งอยู่ก็เพียงเพราะแค่ว่ารอการออกระเบียบวางแนวทางการใช้เงินกองทุนให้ชัดเจนเท่านั้นเอง จากปี 2554 จนถึงขณะนี้ กี่ปีแล้วครับ

จะโทษฝ่ายนโยบายหรือฝ่ายประจำที่เก่งแต่ทำเรื่องใหม่ไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นผลงานเชิงประจักษ์หรือเชิงประจบในยุคของตัว ก็แล้วแต่

หรือถ้าเห็นว่าเงินยังน้อยไปก็หาทางเติมเข้าไปให้มากขึ้นก็ยังดี แทนที่จะมุ่งแต่ทำโครงการใหญ่ ใช้เงินเยอะ

อีกประการหนึ่งในยุคประชารัฐกำลังฮิตนี่แหละ มีกรณีตัวอย่างคิดใหญ่ ทำย่อย ประสบผลมาแล้วน่าเล่าสู่กันฟังและช่วยกันขยายต่อไปให้ทั่วทุกจังหวัด

คุณสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถูกเว้นวรรคทางการเมืองตั้งแต่ช่วงรัฐบาลเลือกตั้งจนมาถึงรัฐบาลปฏิวัติ คสช.แม่น้ำห้าสาย ยังคงช่วยชาวบ้านด้านต่างๆ เท่าที่กำลังความสามารถจะพอมี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้านการศึกษาที่ถนัด มุ่งเน้นไปที่ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาและแก้ปัญหาครู เพราะพบว่าหลายโรงเรียนในจังหวัดอ่างทอง ครูไม่เพียงพอ ครูขาด ครูไม่ครบชั้น ครูไม่ได้สอนตรงตามวิชาหลักที่เรียนจบมามีไม่น้อย กระทบต่อผลการเรียนของเด็กและคุณภาพการศึกษาโดยรวมต่ำ เป็นปัญหาเดียวกันกับหลายโรงเรียนทั่วประเทศ

ครูสมศักดิ์เลยคิดวิธีการง่ายๆ ไม่ซับซ้อน จะเข้าข่าย START UP หรือไม่ ไม่สำคัญ ลงขันเองและชักชวนญาติสนิท มิตรสหาย ตั้งเป็นกองทุนพัฒนาครูขึ้นมา ชื่อว่า “กองทุนแบ่งปันครู สู่ความรู้ที่เท่าเทียม”

นำรายได้ไปช่วยเป็นค่ารถ ค่าอาหารให้ครูผู้มีจิตวิญญาณ อุทิศแรงใจ แรงกายไปสอนนักเรียนต่างโรงเรียนที่ขาดแคลนครู นอกเหนือภาระงานประจำในโรงเรียนของตัวที่ต้องรับผิดชอบเต็มที่อยู่แล้ว

กองทุนแบ่งปันครู ช่วยให้ครูเดินสายไปตามโรงเรียนโน้น โรงเรียนนี้ที่เด็กต้องการความรู้และความรักจากครู

ได้ผลครับ ปรากฏว่าผลการเรียนของเด็ก คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนดีขึ้น ครู ผู้บริหาร พ่อแม่ผู้ปกครองมีความสุขกันถ้วนหน้า

ผู้ก่อการ จัดการกองทุนแบ่งปันครู เลยหยุดไม่ได้ ต้องหาวิธีชวนผู้คนทำบุญ ทำทานทางปัญญาต่อไป โดยจัดพิมพ์หนังสือชื่อว่า รักอ่างทอง รักบ้านเกิด สาระเป็นการรวบรวมภาพถ่าย โบราณสถาน วัดวาอาราม วัง แม่น้ำ ลำคลอง ธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต แหล่งเรียนรู้ทุกด้านที่มีในอ่างทอง โดยช่างภาพในชมรมตากล้องอ่างทอง ถ่ายทอดออกมาได้สวยสดงดงาม ครูสมศักดิ์เขียนบรรยายเป็น

คำกลอน ขึ้นต้นด้วยวลีว่า รักอ่างทอง ทุกบท เป็นต้นว่า

รักอ่างทองพระสมเด็จฯเกษไชโย

สมเด็จพุฒาจารย์โตท่านเสกสรรค์

พุทธคุณหนุนเมตตาอาทรกัน

มิใช่มาห้ำหั่นเพราะพระดี

พิมพ์เผยแพร่เพื่อการกุศลและจำหน่ายในเวลาเดียวกันสำหรับผู้ต้องการช่วยเหลือเด็กนักเรียนและพัฒนาคุณภาพการศึกษา

ครับ ที่ผมลำดับมาทั้งหมดก็เพื่อชวนให้ผู้มีใจรักการกุศล บริษัทห้างร้านที่อยากทำโครงการซีเอสอาร์ทั้งหลาย มุ่งด้านการศึกษา มาทำบุญกับเด็ก กับโรงเรียนกันให้มากขึ้น จะตั้งกองทุนพัฒนาครูขึ้นเองเหมือนเช่นที่อ่างทอง หรือสมทบด้วยการซื้อหนังสือให้เป็นความรู้หรือคู่มือท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทองอย่างมีอารยะก็แล้วแต่ ตามสะดวก

สนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวคิดด้านการศึกษา แนวทางการพัฒนาครูกันก่อนตัดสินใจ ได้ที่ 08-1825-5555 ก็ได้ ไม่ว่ากัน ราคาเล่มละ 200 บาท พิมพ์สี่สีอย่างดี แค่อ่านกลอนก็คุ้มแล้ว