ผู้มาดี

30.01.19 | 13:00 น.

อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล แห่ง ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์ในเฟซบุ๊ก ว่าด้วย “บทวิเคราะห์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องทำอย่างไรถ้าต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหลังเลือกตั้ง และผลที่จะตามมาคืออะไร” น่าสนใจจริงๆ ลองวินิจฉัยโดยโยนิโสฯเถิด

ความว่า…ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะลงเป็น “ว่าที่นายกฯของพรรคการเมือง” จะต้องมีเสียงในรัฐสภายกมือให้อย่างน้อย 376 เสียง เช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องเลือก ส.ว.ที่มั่นใจได้ว่าจะเลือกตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี จึงจะทำให้ได้ 250 เสียง (ตุนเอาไว้ก่อน)

จะขาดก็แต่จำนวน ส.ส.อีกแค่ 126 เสียงเท่านั้น สามารถรวบรวมจากพรรคการเมืองที่สนับสนุน
พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งก็ไม่ยากนัก

อ.ปริญญาทิ้งข้อคิดท่อนแรกเอาไว้เท่านั้นก่อน

ในฐานะที่เราทุกคนเป็นเจ้าของสิทธิ 1 เสียงเท่ากันที่จะต้อง “หย่อนบัตรเลือกตั้ง” ถ้าเรื่องราวเป็นไปตาม “ข้อความ” ที่ อ.ปริญญาโพสต์เอาไว้ข้างต้น การแต่งตั้งพรรคพวกเป็น ส.ว. ให้ “ชูมือ” ในรัฐสภาเพื่อที่จะเลือกตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือ การโกงกันชัดๆ !

Advertisement

ถัดมา…อ.ปริญญาจึงมีความเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์จะต้องเผชิญกับคำถามมากมาย จนไม่มีทางที่คนซึ่งอยู่กลางๆ กับคนที่ไม่สนับสนุนประยุทธ์จะเข้าใจได้

หมายความว่า อาจมีแรงต้านจนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ได้ไม่นาน

อ.ปริญญาจึงแนะทางลงให้ว่า ป-ประยุทธ์ควรถอยกลับสู่สถานะ “คนกลาง” ผู้ไม่มีส่วนได้เสียจากผลการเลือกตั้ง

ให้นักการเมืองกับพรรคการเมืองแข่งขันกันตามระบอบประชาธิปไตย โดยเสรีและเป็นธรรม ไม่ใช่ซ่อนเร้นด้วยกลโกง

ถ้าอ่านกันตามประวัติศาสตร์การเมืองไทย “จุดจบ” ของผู้นำรัฐประหารไม่เคยสวยสักคน

ผู้ที่ใช้กำลังรบและกำลังอาวุธของกองทัพเข้ายึดอำนาจ จะโอ่อ่าด้วยราคาคุย มาดเข้มในตอนแรกทุกคน

ขณะที่ระหว่างนั้นจะมีผู้คนจำนวนหนึ่งพรั่นพรึง เกรงขาม ทิ้งระยะอยู่ห่างๆ กับมี ผู้คนอีกประเภทหนึ่งวิ่งเข้าหา ประจบสอพลอ ประเคนทุกสิ่งเอาอกเอาใจจนล้นหลง

แต่ชั่วเวลาไม่นานนัก นักรัฐประหารก็พบกับ “สัจธรรม”

จุดจบของแต่ละคนไม่เคยสวย

ที่ว่าเป็นมิตรชิดใกล้เคยล้อมหน้าล้อมหลังก็หายหมด

อาทิตย์อัสดงเป็นวงจรของธรรมชาติ !?!!