หน้าแรก คอลัมนิสต์ 2 ปี รัฐประหา...

2 ปี รัฐประหาร คนละเรื่อง เดียวกัน กับ ประชามติ

13.05.16 | 13:15 น.

ไม่ว่าจะเป็นการรายงาน “สิทธิมนุษยชน” ของประเทศไทยอันส่งตรงจากนครเจนีวา ไม่ว่าจะเป็นข่าว “ลอย” มาจากกระทรวงการต่างประเทศ กรุงวอชิงตัน

ล้วนมิได้เป็นเรื่อง “สนุก”

เป็นเรื่องซึ่ง “อึกทึก” และครึกโครมอย่างยิ่งในพรมแดนแห่งการเมืองระหว่างประเทศ แต่ก็มิได้ดำเนินไปอย่าง “หฤหรรษ์” เปี่ยมด้วยความสุข

เป็น “แอก” อันจำเป็นต้อง “แบก”

ถามว่าการที่อย่างน้อย 14 ประเทศเสนอประเด็นอันเป็นคำถามต่อปัญหาเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยเป็นเพราะความเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือ

Advertisement

1 เข้าใจผิดเพราะได้ “ข้อมูล” ขาดตก บกพร่อง ไม่สมบูรณ์

ขณะเดียวกัน 1 เข้าใจผิดเพราะมีบางกลุ่ม บางฝ่าย ซึ่งไม่ปรารถนาดีเป่าหูและสร้างข้อมูลเท็จนำไปสู่ความเข้าใจผิดพลาด คลาดเคลื่อน

เรื่องอย่างนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย น่าจะตอบได้

เพราะอย่างน้อยก็เคยเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง และมหานครสำคัญหลายมหานครในโลก

ย่อมรู้และตระหนักในกระบวนการทำงานทางการทูตได้เป็นอย่างดี

ต้องยอมรับว่าสถานการณ์อันเกิดขึ้นเกี่ยวกับการจับกุมและคุมขัง 8 แอดมินล้อเลียนบุคคลสำคัญในรัฐบาลมิได้เป็นสถานการณ์อัน “ปิดลับ”

บทบาท “ทหาร” เป็นอย่างไร บทบาท “ตำรวจ” เป็นอย่างไร

แม้จะกระทำกันอย่างเป็น “ความลับ” โดยไม่มี “หมายจับ” ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน แต่หากติดตามทุกกระบวนการอย่างให้ความสนใจก็จะมองออกและสามารถคลี่ออกมาได้

นักการทูตระดับ กลิน เดวีส์ แห่งถนนวิทยุจะดูไม่ออกหรือ

นักการทูตแห่งสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร จะดูไม่ออก อ่านไม่ทะลุหรือ

ยิ่งการขยายผลจากมาตรา 116 ไปยังมาตรา 112 ยิ่งละเอียดอ่อน

ไม่เพียงละเอียดอ่อนเพราะอึงคะนึงไปด้วยคำว่า “จ้า” อันเท่ากับเป็นการปิดเกม จบบทสนทนา หากแต่ยังเหตุเพราะเป้าหมายคือ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ อันเป็นมารดาของ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือที่รับรู้ในนิกเนม “จ่านิว”

อย่าได้ไปเล่นแง่ว่า น.ส.คาทีน่า อดัมส์ มีสถานะอย่างไรในกรมเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กระทรวงต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา เลย อย่าได้ไปเล่นแง่ในประเด็นว่าเป็น “แถลงการณ์” หรือไม่เป็นแถลงการณ์เลย

ความเป็นจริงก็คือ ไม่มีความลับเหลืออยู่แล้วสำหรับโลกในศตวรรษที่ 21

ความอ่อนไหวเป็นอย่างมากอยู่ที่สถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 กำลังเหยียบบาทก้าวเข้าไปสู่วาระแห่งวันที่ 22 พฤษภาคม 2559

ความหมายก็คือ รัฐประหารมาแล้ว 2 ปี

ความหมายก็คือ รัฐบาลอันเป็นผลพวงมาจากสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 บริหารบ้านเมืองมาครบ 2 ปีแล้ว

เป็น 2 ปีแห่งการชื่นชมต่อผลงานและความสำเร็จ

หรือว่าเป็น 2 ปีแห่งการดำรงอยู่ภายใต้สถานการณ์แห่งการกวาดล้าง จัดระเบียบทางการเมืองภายในสังคมไทย

เรื่องนี้ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ ตอบได้เป็นอย่างดี

เรื่องนี้ ชาวนาที่บริเวณบึงหนองพล อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก สามารถตอบคำถามได้เป็นอย่างดีว่าการออกมาตั้งข้อสังเกตต่อโครงการขุดลอกบึงเป็นอย่างไร

เรื่องนี้ นายหฤษฏ์ มหาทน สะสมเป็น “วัตถุดิบ” ในการเขียนไลท์ โนเวลได้

ในเมื่อภาพเหล่านี้ปรากฏผ่านทั้งสื่อหนังสือพิมพ์อันเป็น “สื่อกระดาษ” และสื่อโซเชียลมีเดียอันเป็น “สื่อกระจก” วันแล้ววันเล่า นาทีแล้วนาทีเล่า

แล้วจะรอดหูรอดตา “นานาชาติ” ไปได้หรือ

ทั้งหมดนี้จึงมิได้เป็นเรื่องอันเกี่ยวกับปรปักษ์ “เก่า” ที่มาดหมายจะบดขยี้ตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 ต่อเนื่องมายังรัฐประหารปี 2557 อีกแล้ว

หากปรากฏปรปักษ์ “ใหม่” ปัจจัย “ใหม่” ขึ้นอีกมหาศาล

การเคลื่อน “ร่างรัฐธรรมนูญ” เพื่อเข้าสู่สถานการณ์ “ประชามติ” ในวันที่ 7 สิงหาคม จึงทรงความหมาย

ทรงความหมายต่อสถานการณ์รัฐประหารอัน “คสช.” เป็นเจ้าภาพ ทรงความหมายต่อพัฒนาการแห่งระบอบ “ประชาธิปไตย” ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริงหรือไม่

วันที่ 7 สิงหาคม จะได้ “คำตอบ”