เลือกตั้งทั่วไปวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม ปกติก็น่าสนใจ ติดตามอยู่แล้ว จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ทิศทางใด
แต่ล่าสุด กลับมีความเข้มข้น น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาก อย่างที่มิเคยปรากฏมาก่อน
เมื่อมีการปิดรับสมัคร ส.ส.ทั้งระบบเขต ปาร์ตี้ลิสต์
และแนบรายชื่อ ผู้ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง
ไฮไลต์มาอยู่ในวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัคร
เลือกตั้ง 24 มีนาฯ เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
อีกทั้งยังเป็นการเลือกตั้งภายใต้กติกาใหม่
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 กฎหมายแม่บทการปกครองประเทศสูงสุดฉบับใหม่ และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญป้ายแดง ใหม่ทั้งแพคเกจ
กติกาใหม่นี้ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก หากแต่มิใช่ในลักษณะก้าวหน้า แต่ตรงกันข้าม
เป็นต้นว่า เปิดทางนายกรัฐมนตรีคนนอก เป็นคนนอก-คนใน 2 ลักษณะ กล่าวคือ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อโดยเจ้าตัวยินยอมโดยพรรคการเมือง
และหรือเป็นคนนอกที่ไม่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง แต่เข้ามาโดยการเสนอชื่อภายหลัง ด้วยการใช้เสียงสมาชิกรัฐสภา 2 ใน 3 เปิดทาง ยกเว้น ไม่โหวตเลือกนายกฯจากบัญชีพรรคการเมือง
ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับนับแต่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นต้นมา ล้วนแต่กำหนดให้ นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง หรือเป็น ส.ส.เท่านั้น
ลั่นดาลปิดตาย ห้ามคนนอกเด็ดขาด
และการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ก็ใช้เสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นเกณฑ์ตัดสินเท่านั้น
แต่ฉบับปัจจุบัน มีบทเฉพาะกาล ระบุให้ใช้เสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกรัฐสภา 750 คน ตัดสิน อันประกอบด้วย ส.ส.จากการเลือกตั้ง 500 เสียง และ ส.ว.แต่งตั้ง 250 เสียง
เพิ่ม-ให้อำนาจ ส.ว.แต่งตั้งเข้ามามีบทบาทเลือกนายกฯในช่วง 5 ปีแรก
ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม บอนไซ-ไม่ส่งเสริมพรรคใหญ่ นี่ก็ใช่
กติกาอันวิจิตรพิสดารยิ่งนี้ ดีไซน์ โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ชุดที่มีปรมาจารย์กฎหมาย มีชัย
ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน แต่งตั้งโดย คสช. บางข้อบางบทบัญญัติ เขียนตามใบสั่ง พิมพ์เขียวมาตรา 35 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ออกโดย คสช. ที่ระบุเอาไว้ว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้ครอบคลุม 8 หัวข้อ (ตามที่เขียนไว้)
กฎหมายลูก 4 ฉบับ ที่ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.-การได้มาซึ่ง ส.ว.-ว่าด้วย กกต. และว่าด้วยพรรคการเมือง ก็ออกแบบ-ฝีมือคณะกรรมการชุดมีชัย ฤชุพันธุ์
ให้หมายเลขผู้สมัครของพรรคการเมืองแต่ละเขตเป็นคนละเบอร์ แทนที่ใช้เบอร์เดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนจดจำง่าย นี่ก็ใช่อีก
ที่ยกตัวอย่างมา เป็นเพียงบางส่วนของกติกาใหม่เท่านั้น
กติกาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ท้วงติงมาตั้งแต่ในชั้นการยกร่างฯ ว่าล้าหลัง ไม่มีความเป็นมาตรฐานสากล แต่คณะกรรมการก็ยืนยันเนื้อหา และผ่านมาได้แบบม้วนเดียวจบ พูดเอง อวยกันเอง ยกเป็นฉบับปฏิรูป มีครบทุกอย่าง แม้แต่ที่ไม่เคยมี ไม่เคยปรากฏมาก่อน อย่างยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
วันนี้กติกาบังคับใช้ครบถ้วนสมบูรณ์ ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง
กำหนดเอาไว้วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม
กกต.ประกาศวันรับสมัครระบบเขต บัญชีรายชื่อ และบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรีโดยสิ้นสุดการรับสมัคร ปิดกล่องไปเมื่อวันศุกร์
ผู้สมัครแต่ละระบบ รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่ละพรรค
ทุกท่านได้รับรู้ รับทราบเป็นการทั่วไปแล้ว ทุกสิ่งอย่าง เข้าตามตรอกออกตามประตู ดำเนินการถูกต้องตามกติกา
ถามว่าวันนี้ ถ้าเรามีกติกา มาตรฐาน ตรงไปตรงมา อย่างนานาอารยประเทศ
จะมีเรื่องใหญ่ให้พูดถึง วิพากษ์ วิจารณ์ตามมาอย่างกว้างขวางอย่างนี้หรือไม่
มีชัย ฤชุพันธุ์ เขียนกติกาเปิดกว้าง ได้สุดยอด สมราคาปรมาจารย์
จำลอง ดอกปิก

