
ยูพีอาร์:เวทีทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ของคณะทำงานภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนยูเอ็น เป็นกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิฯรัฐสมาชิกปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือ สถานการณ์บ้านเมืองของไทย และสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ที่ผันแปรเปลี่ยนไป
จากการใช้อำนาจพิเศษปกครองประเทศ มีการออกข้อกำหนด ยกเว้น การแสดงออก อันเป็นสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานประชาชน
อย่างไรก็ตาม อาจไม่เป็นธรรมกับรัฐบาล คสช.เท่าไหร่นัก หากจะโทษว่า การที่ชาติต่างๆ วิตกกังวลปัญหาสิทธิมนุษยชนไทย เกิดจากน้ำมือ การกระทำของรัฐบาลชุดนี้ทั้งสิ้น
ทั้งนี้เนื่องจาก มีเรื่องเก่าในยุครัฐบาลก่อนหน้านี้ บรรจุเป็นหัวข้อ การทบทวนครั้งนี้ด้วย
ผู้แทนประเทศไทย ต้องรายงานเรื่องที่ได้รับคำแนะนำเมื่อ 4 ปีก่อน ให้ที่ประชุมรับทราบ พัฒนาการ การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นไปแล้วอย่างไรบ้าง ซึ่งมิได้มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง
หากแต่เป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องมาแบกรับภาระในฐานะผู้บริหารราชการแผ่นดิน
รับผิดชอบพันธะผูกพันที่มี
เวทียูพีอาร์รอบ 2 รอบเจนีวา มีทั้งปัญหาสะสมเรื้อรัง และเรื่องสดใหม่ ที่เป็นสถานการณ์ปัจจุบัน
แต่ก็ถือเป็นธรรมดายิ่ง เรื่องสดใหม่ จะได้รับความสนใจ จับตามอง มากกว่าเรื่องราวในอดีต
ชาติสมาชิก มีคำถามเรื่อง ม.44 การขยายอำนาจในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายใน การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 7 สิงหาคม
ปมประเด็นร้อนที่ยกตัวอย่างมานี้ ไม่ใช่เรื่องนอกเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด
มีรายชื่อประเทศจองคิว มีการตั้งคำถาม ให้รู้โจทย์ เตรียมตัวชี้แจงล่วงหน้า หนำซ้ำยังสอดคล้องกับท่าทีต่างชาติ ที่แสดงความห่วงใยสถานการณ์ในประเทศไทยในปัจจุบัน ที่เกิดขึ้น
และดำรงอยู่ แม้ระหว่างการประชุมยูพีอาร์ก็ตาม และคงไม่หยุดเพียงเท่านี้ จะมีไปกระทั่งบ้านเมือง กลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง
ยูพีอาร์เป็นกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนปกติของรัฐสมาชิกยูเอ็น แต่ที่ไม่ปกติคือสถานการณ์ประเทศไทย
การประชุม รายงานสถานการณ์ก็เป็นไปตามปกติ
ไม่เพียงแต่ไทยจะถูกซักถาม
ประเทศไทยก็มีคำถามต่อชาติอื่นในมาตรฐานเดียวกัน
อาทิ นายภควัตร ศรีสุขวัฒนา ผู้แทนไทยพิจารณาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนซูดาน เรียกร้องรัฐบาลซูดานร่วมมือกับประชาคมนานาชาติ ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ของผู้ที่ต้องพลัดจากถิ่นที่อยู่ เบญจพร นิยมในธรรม ผู้แทนไทยในการพิจารณาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไอร์แลนด์ กังวลเรื่องเหตุการณ์รุนแรงต่อเด็กและสตรีในไอร์แลนด์ยังคงอยู่ในระดับสูง แนะนำให้รัฐบาลไอร์แลนด์เร่งปฏิรูปกฎหมายที่จำเป็นเพื่อกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนไปสู่การให้สัตยาบันในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ ฯลฯ
กล่าวสำหรับไทย
มีชาติต่างๆ อย่างน้อย 14 รัฐ ตั้งคำถาม ขณะที่หัวหน้าคณะฝ่ายไทยชี้แจงได้ดีระดับหนึ่งภายใต้เงื่อนไข ข้อจำกัด แต่รายงานการชี้แจง จากตัวแทนรัฐบาลไทยเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง
การประเมิน และคำแนะนำที่ออกมานั้น
ยูพีอาร์จะพิจารณาจากรายงาน 3 ส่วน รวมกันคือ 1.จากตัวแทนหัวหน้าคณะอย่างเป็นทางการ 2.ข้อมูลในรายงานของผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอิสระที่เป็นกลไกพิเศษของยูเอ็น และ 3.ข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียอื่นๆ รวมถึงสถาบันด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ องค์กรระดับภูมิภาค และกลุ่มประชาสังคม
ความน่าสนใจอยู่ตรงนี้
ตรงที่ยูพีอาร์ จะเลือกให้น้ำหนัก-เชื่อฝ่ายใด เชื่อคำพูดหรือการกระทำ
คำตอบ ปรากฏในถ้อยแถลง คำแนะนำที่มีต่อประเทศไทยแล้ว
