ในใจประชาชน

การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ในบัญชีชื่อของแต่ละพรรค เพิ่งผ่านขั้นตอนการยื่นต่อ กกต.ไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา และสัปดาห์นี้ กกต.จะพิจารณาว่าแต่ละชื่อมีคุณสมบัติหรือไม่ ที่น่าสนใจ นอกจากปัญหาการเสนอชื่อนายกฯของพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้มีผู้นำไปร้องต่อ กกต. ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนนตรี และหัวหน้า คสช.เอง ที่ตอบรับยินยอมเป็นนายกฯ ให้กับพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติ โดยเฉพาะในตำแหน่งหัวหน้า คสช. ที่ผู้ยื่นระบุว่าเข้าข่ายเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐ

เรื่องของผู้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ คงจะต้องรอผลการตรวจสอบจาก กกต. แต่อีกปัญหาที่ไม่น่ามองข้าม ก็คือปัญหาปากท้องของประชาชน ที่นับวันยิ่งสร้างความเดือดร้อน เมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักวิจัยซูเปอร์โพลนำเสนอผลสำรวจ เรื่องปัญหาปากท้องประชาชน กับ ภาพนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พบว่าร้อยละ 46.8 ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนบ่อยๆ ในขณะที่ร้อยละ 47.1 ไม่บ่อย และร้อยละ 6.1 ไม่ติดตามเลย ผลการสำรวจประชาชนร้อยละ 30.1 ระบุการแก้ปัญหาปากท้องดีขึ้น แต่ร้อยละ 35.5 ระบุเหมือนเดิม และร้อยละ 34.4 ระบุแย่ลง นอกจากนี้เกินครึ่ง หรือร้อยละ 52.7 ระบุความมั่นคงในอาชีพการงานตอนนี้แค่กลางๆ ประคองตัว และร้อยละ 25.0 ระบุไม่มั่นคง ขณะที่ส่วนน้อยหรือเพียงร้อยละ 22.3 เท่านั้นระบุมั่นคง รายได้ดี


นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าจำนวนถึงร้อยละ 88.4 ยังไม่เห็นมีใครตอนนี้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่เก่ง แก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ ในขณะที่ส่วนน้อยหรือเพียงร้อยละ 11.6 ระบุ มีในใจแล้ว ทางสำนักจัดทำโพลชี้ว่าปัญหาปากท้องเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ขณะที่คนส่วนน้อยของประเทศมีฐานะมั่นคงรายได้ดี แน่นอนว่าปัญหาเหล่านี้ จะแก้ไขได้ ต้องมีรัฐบาลที่มีความชอบธรรม และนายกรัฐมนตรีที่มีศักยภาพอย่างแท้จริง จึงเป็นภาระของพรรคการเมืองต่างๆ ต้องเร่งตอบโจทย์ โดยนำเสนอแนวนโยบายในการแก้ปัญหา เชื่อว่าด้วยชื่อบุคคลที่เสนอเป็นนายกฯขณะนี้ มีขีดความสามารถที่จะแก้ปัญหาได้ แต่จะต้องได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน ผ่านการเลือกตั้ง การแก้ปัญหาจึงจะเดินหน้าได้ การแก้ปัญหาในแบบพระเอกขี่ม้าขาว น่าจะพ้นสมัยไปนานแล้ว

บทความก่อนหน้านี้เหยี่ยวถลาลม ความสง่างาม วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562
บทความถัดไป‘พรรคทางเลือกใหม่’ หาเสียงจ.ตรัง จูงลูกน้อยหาเสียงเรียกคะแนนความสนใจ