หน้าแรก คอลัมนิสต์ เริ่มเห็นแสงร...

เริ่มเห็นแสงรำไร : โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

13.02.19 | 13:25 น.

ผลการเจรจายุติสงครามการค้าจีน-สหรัฐ เมื่อวันที่ 30-31 มกราคม ณ กรุงวอชิงตัน มีความคืบหน้าในหลายประเด็น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ ทั้งสองฝ่ายต่างได้พรรณนาว่า เริ่มเห็นแสงรำไร

อันสงครามการค้านั้นไม่มีผู้ชนะ สภาพการณ์เศรษฐกิจของจีนได้รับแรงกดดันไม่น้อย สหรัฐก็ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากอยู่

สื่ออเมริกันรายงายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีความประสงค์จะให้การเจรจาบรรลุข้อตกลงโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นความชะงักงันของตลาดหุ้นในสหรัฐ

การเจรจาครั้งนี้ ยังมีประเด็นปัญหาทางด้านการโอนย้ายเทคโนโลยีตลอดจนปัญหารูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจยังตกลงกันไม่ได้ เพราะความเห็นขัดแย้งกัน

สงครามการค้าจีน-สหรัฐ ดำรงอยู่ในสภาพที่แลกหมัดกัน

Advertisement

ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง ได้พบกันเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่อาร์เจนตินา และได้ตกลงยุติสงครามการค้าชั่วคราว 90 วัน ถึงวันที่ 1 มีนาคม เพื่อชะลอการยกระดับและทำการเจรจาใหม่

สหรัฐขู่ว่า ถ้าไม่สามารถบรรลุสัญญาข้อตกลงได้ตามกำหนด ก็จะปรับขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากจีนจำนวน 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คือจากพิกัด 10% ให้เป็น 25%

เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองฝ่ายได้ประชุมเพื่อหารือการยุติทำสงครามการค้า

ผู้แทนฝ่ายจีนนำโดย “หลิว เหอ” รองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสหรัฐประกอบด้วย ระดับรัฐมนตรี 4 คน และคณะ ถือเป็นการประชุมระดับสูง

เป็นการบ่งบอกในเชิงสัญลักษณ์ว่าสหรัฐให้ความสำคัญแก่การประชุมครั้งนี้มาก

เมื่อสงครามการค้าเริ่มต้นขึ้น โดนัลด์ ทรัมป์ พูดหลายครั้งว่า สงครามการค้าเป็นเรื่องง่าย สหรัฐชนะแน่ แต่เอาจริงเข้าไม่ง่ายอย่างที่คิด กลับตรงกันข้าม

แม้เป็นเหตุให้เศรษฐกิจของจีนตกต่ำ แต่การเติบโตของสหรัฐก็ชะลอตัวครือกัน

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ ธนาคารกลางสหรัฐได้ส่งสัญญาณยุติการปรับขึ้นดอกเบี้ยชั่วคราว

ย่อมเป็นการยืนยันถึงสภาพเศรษฐกิจขาลงของสหรัฐ

ในทางทฤษฎี การทำสงครามการค้าฝ่ายใดเจ็บมาก ฝ่ายนั้นก็มีโอกาสยอมถอยมาก การเจรจาบนโต๊ะก็ง่ายขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูความอดทนของแต่ละฝ่ายด้วยว่าจะทนเจ็บได้ขนาดไหน

ตลาดหุ้นคือ “เส้นเลือดใหญ่” ของ โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อผลการเลือกตั้งปีหน้า ปีนี้จึงเป็นปีที่เขาจะต้องประคับประคองเศรษฐกิจและตลาดหุ้นให้อยู่ในสภาพสถิตสถาพร

ไม่ว่า “นิวยอร์กไทมส์” ไม่ว่า “บลูมเบิร์ก” ต่างได้รายงานตรงกันว่า สงครามการค้าที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับผลกระทบอย่างแรงในสิ้นปี 2018 โดนัลด์ ทรัมป์ ประสงค์จะให้บรรลุข้อตกลงโดยพลัน เพื่อให้ตลาดหุ้นกระเตื้อง ยืนยันว่าการบริหารงานสำเร็จ

สภาพการณ์ปัจจุบัน แม้ดูเหมือนข้าศึกประชิดประตูเมือง เพื่อข่มขู่ให้จีนยอมแพ้ แต่ในความเป็นจริง โดนัลด์ ทรัมป์ ประสงค์จะให้ยุติโดยเร็ว มิได้หลงใหลใฝ่ฝันสงครามการค้า เพราะพฤติกรรมบ่งชี้ ถ้าไม่ยุติตลาดหุ้นมีแนวโน้มดิ่งลงต่อเนื่อง แต่ดูประหนึ่งว่า ความประสงค์ของทรัมป์ไม่ตรงกับ Robert Lighthizer ผู้แทนเจรจาฝ่ายพิราบ

รัฐบาลจีนแถลงว่า การเจรจาครั้งนี้ ได้แก่ ประเด็นสมดุลทางการค้า โอนถ่ายเทคนิค อนุรักษทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีกำแพงภาษี ธุรกิจบริการ การเกษตร เป็นต้น

การเจรจามีความสร้างสรรค์ และได้กำหนดโรดแมปเกี่ยวกับการยุติสงครามการค้า

กล่าวโดยรวม ประเด็นที่สหรัฐร้องขอ ถ้าสอดคล้องกับการปฏิรูปของจีน หรือผลประโยชน์ของคนจีน รัฐบาลยินดีเจรจาด้วย เช่น จีนให้คำมั่นว่าจะเพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าเกษตร สินค้าทรัพยากรธรรมชาติ สินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของคนในประเทศ และช่วยสร้างสมดุลทางการค้าอีกโสตหนึ่ง แต่ต้นเหตุแห่งความขัดแย้งของ 2 ประเทศมิใช่ประเด็นดุลการค้า หากเป็น market access การโอนย้ายเทคนิค ตลอดจนไฮเทค เป็นต้น

การที่ประเทศจีนเสนอซื้อถั่วเหลือง 5 ล้านตัน ก็เพียงเพื่อให้ทรัมป์ยุติการระราน

ดูเหมือนโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สนใจรายละเอียด เพียงต้องการให้ยุติยิ่งเร็วยิ่งดี

แต่ในสายตาฝ่ายพิราบได้กดดันให้จีนทำการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะ Robert Lighthizer แสดงออกชัดเจนว่า ไม่ประสงค์ให้ทรัมป์ยอมจีนโดยดุษฎี

“บอร์เดอร์ไลน์” ของการเจรจายุติสงครามการค้าได้กระชับเข้ามาทุกขณะ แม้การเจรจารอบที่ผ่านมาเริ่มเห็นแสงรำไร แต่มิได้หมายความว่า การเจรจารอบต่อไป ตลอดจนการสรุปผลจะราบรื่น นภางค์จะสดใส โลกทุกวันนี้ไม่มีอะไรแน่นอน หมุนเวียนเปลี่ยนไปเหมือนละคร

อะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดก็เกิด และเกิดอย่างพิศวงงงงวย

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช