ปัจจุบันมีสื่อโฆษณามากมายที่มีการติดประชาสัมพันธ์กันในสถานที่ต่างๆ ทั้งที่เป็นสาธารณะและเป็นสถานที่เฉพาะ เช่น โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า สถานีรถไฟฟ้า ท่าอากาศยาน หรือแม้แต่ในระบบออนไลน์ที่ปรากฏในจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ มีทั้งเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
คำนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ของคำว่า “ภาพยนตร์” หมายความว่า วัสดุที่มีการบันทึกภาพ หรือภาพและเสียง ซึ่งสามารถนำมาฉายให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่รวมวีดิทัศน์
คำว่า “วีดิทัศน์” หมายความว่า วัสดุที่มีการบันทึกภาพ หรือภาพและเสียง ซึ่งสามารถนำมาฉายให้เห็นเป็นภาพเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องในลักษณะที่เป็นเกมการเล่น คาราโอเกะที่มีภาพประกอบ หรือลักษณะอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
คำว่า “ภาพยนตร์ไทย” หมายความว่า ภาพยนตร์ที่ใช้ภาษาไทยหรือภาษาท้องถิ่นของประเทศไทยทั้งหมด หรือเป็นส่วนใหญ่ในบทภาพยนตร์ ต้นฉบับสำหรับการแสดงภาพยนตร์และเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้มีสัญชาติไทย
ส่วนคำว่า “สื่อโฆษณา” หมายความว่า สิ่งที่ใช้เป็นสื่อในการโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ แล้วแต่กรณี ตามประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และสื่อโฆษณา พ.ศ.2552
คำว่า “สื่อโฆษณา” หมายความว่า สื่อโฆษณาภาพยนตร์ ภาพยนตร์ที่จะนำออกเผยแพร่ในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ โดยผู้ที่ประสงค์จะนำสื่อภาพยนตร์ออกเผยแพร่ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์
มีกฎหมายหลายฉบับที่ควบคุมสื่อโฆษณาที่เผยแพร่ในช่องทางต่างๆ เช่น สื่อที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ สื่อที่เผยแพร่ทางออนไลน์ สื่อที่เผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ และสื่อเผยแพร่เป็นการทั่วไป สำหรับพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และสื่อโฆษณา พ.ศ.2552 หมวด 2 การขออนุญาตนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร ข้อ 11 ผู้ใดประสงค์จะนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการ ณ สำนักงานตามแบบคำขออนุญาตนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร (ภย.2) พร้อมด้วยหลักฐานและเอกสาร ได้มีข้อกฎหมายหลายข้อในการเปิดโอกาสให้ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางมากขึ้น ด้วยการจัดเรตติ้ง (Rating) ภาพยนตร์ตามมาตรา 25 และ 26 แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 แทนการเซ็นเซอร์ (censor)
จึงขอให้ผู้ที่จะนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร ได้นำสื่อโฆษณาที่นำออกเผยแพร่มาผ่านการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ก่อน
ในประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และสื่อโฆษณา พ.ศ.2552 แบ่งเป็น 3 หมวด คือ หมวด 1 การขออนุญาต และการอนุญาตนำภาพยนตร์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ผู้ใดประสงค์จะนำภาพยนตร์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์
ตามแบบ ภย.1 หมวด 2 การขออนุญาต และการอนุญาตนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร ผู้ใดประสงค์จะนำสื่อโฆษณาออกเผยแพร่ในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามแบบ ภย.2 หมวด 3 การขออนุญาต และการอนุญาตส่งภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกนอกราชอาณาจักร ผู้ใดประสงค์จะส่งภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นในราชอาณาจักรออกไปนอกราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามแบบ ภย.3
ทั้งนี้ ทั้ง 3 หมวดนี้ให้ยื่นขออนุญาตได้ ณ สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมหลักฐานและเอกสาร ตามที่แจ้งไว้ในประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และสื่อโฆษณา พ.ศ.2552
สื่อโฆษณาเข้ามามีบทบาทสำคัญกับทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน แตกต่างจากในอดีตที่สื่อโฆษณาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับองค์กรธุรกิจมากกว่า เพราะการโฆษณามีบทบาทในการส่งเสริมด้านการตลาด เป็นการกระตุ้น สร้างแรงจูงใจและทำให้เกิดความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ความหมายและบทบาทของสื่อโฆษณาคืออะไร สื่อโฆษณา หมายถึง การให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อจูงใจหรือโน้มน้าวให้ลูกค้าหรือบุคคลกลุ่มเป้าหมายรู้สึกคล้อยตามเนื้อหา เห็นถึงประโยชน์ของข้อมูลที่นำเสนอหรือนำไปปฏิบัติตามแนวคิดต่างๆ โดยผู้โฆษณาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสื่อโฆษณานั้นๆ
สื่อโฆษณา ก็คือเครื่องมือทางการตลาดที่มีบทบาทหรือมีหน้าที่นำข้อมูลข่าวสารเหล่านั้น ไปยังลูกค้าและกลุ่มบุคคลเป้าหมาย โดยการใช้สื่อโฆษณานั้นๆ จะเกิดประโยชน์หรือประสบความสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สื่อแต่ละชนิดอย่างเหมาะสม
สําหรับสื่อโฆษณาที่เผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ในปัจจุบันมีทั้งการโฆษณาสินค้า การโฆษณาการให้บริการ รวมถึงการโฆษณาภาพยนตร์ตัวอย่าง ใบปิดประกาศ (โปสเตอร์) ซึ่งต้องผ่านการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เพื่อตรวจเนื้อหาสาระให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551
ประเภทของสื่อโฆษณาสื่อโฆษณาที่นิยมใช้โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นหลายประเภทเพื่อให้เหมาะสมกับสินค้าหรือบริการที่ต้องการนำเสนอ นักโฆษณาได้แบ่งสื่อโฆษณาออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้
1.สื่อสิ่งพิมพ์ Printed media advertising ได้แก่ หนังสือพิมพ์รายวัน หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ นิตยสาร ใบปลิว แผ่นพับ โปสเตอร์ คู่มือการใช้สินค้า สมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง สื่อทางไปรษณีย์ และอื่นๆ
2.สื่อกระจายภาพและเสียง Broadcast media advertising เป็นการโฆษณาโดยใช้เสียง ภาพ หรือตัวอักษร ได้แก่ เสียงตามสาย วิทยุ โทรทัศน์ โรงภาพยนตร์ และอินเตอร์เน็ต
3.สื่ออื่นๆ other media advertising เป็นสื่อนอกเหนือจากสื่อที่กล่าวมาแล้ว เช่น สื่อที่ใช้โฆษณา ณ.จุดขาย สื่อโฆษณานอกสถานที่ ประเภทป้ายโฆษณาที่ติดรถโดยสาร ประจำทางหรือรถแท็กซี่ ป้ายราคาสินค้า ธงราว แผ่นป้ายต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ตามอาคารสูงๆ หรือตามสี่แยก ป้ายโฆษณาที่ป้ายรถประจำทาง หรือติดไว้ ณ ที่พักผู้โดยสาร ป้ายโฆษณารอบๆ สนามกีฬาเมื่อมีการแข่งขันกีฬานัดสำคัญ
ความสำคัญของสื่อโฆษณา การโฆษณาในปัจจุบันมีหลายจุดประสงค์ เช่น เน้นจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อปลูกฝังหรือสร้างจิตสำนึกให้ถือปฏิบัติตามกฎระเบียบของสังคม การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงาน ความสำคัญของสื่อโฆษณาจึงมีฐานะเป็นสื่อสนับสนุนให้ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการนำเสนอมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนี้
1.สร้างความเข้าใจในคุณสมบัติของสินค้าและบริการ หรือประชาสัมพันธ์ผลงานให้สาธารณชนได้รับรู้ในวงกว้าง
2.สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดความต้องการ หรือต้องการนำไปทดลองและปฏิบัติตาม
3.สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางในในตัวสินค้าและบริหาร หรือมั่นใจภูมิใจในองค์กร
4.เป็นการตอกย้ำความทรงจำของผู้บริโภคหรือบุคคลกลุ่มเป้าหมาย
5.สร้างแรงจูงใจให้เกิดความสนใจที่จะซื้อสินค้าและบริการ หรือนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต
สื่อโฆษณาเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม เพราะเป็นสื่อที่มีหน้าที่นำข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มบุคคลเป้าหมาย มีทั้งอยู่ในรูปแบบของธุรกิจที่หวังผลกำไรและเป็นงานบริการสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
ขอเชิญชวนผู้ประกอบกิจการภาพยนตร์ ที่จะนำสื่อโฆษณา (ภาพยนตร์และวีดิทัศน์) ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ก่อนนำภาพยนตร์สื่อโฆษณาออกโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ในราชอาณาจักร ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสื่อโฆษณาที่นำไปฉายในโรงภาพยนตร์ ในลักษณะของภาพยนตร์ตัวอย่าง ภาพยนตร์โฆษณาสินค้า และใบปิดประกาศ (โปสเตอร์)
ผู้ประสงค์จะยื่นขออนุญาตสามารถศึกษาข้อมูล ประกาศคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์และสื่อโฆษณา พ.ศ.2552 เกี่ยวกับการขอยื่นตรวจพิจารณาสื่อโฆษณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ได้ในเว็บไซต์ www.culture.go.th กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์
หรือติดต่อด้วยตนเองที่สำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ชั้น 3 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

