กกต.ได้กำหนดการออกอากาศโฆษณาหาเสียงและการประชันนโยบายบริหารประเทศของพรรคการเมือง ทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ซึ่งมีพรรคการเมืองส่งสมัคร 81 พรรค แต่ขอรับการสนับสนุนการจัดเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศ 51 พรรค จำนวน 10 วัน แบ่งเป็นช่วงแรกออกอากาศในวันที่ 8, 11, 12, 13, 14 มีนาคม รวม 5 วัน จะเป็นการออกอากาศการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งไม่เกิน 10 นาที ครั้งละ 6 พรรคต่อวัน รวมสถานีจะออกอากาศวันละ 60 นาทีต่อวันและช่วงที่ 2 ออกอากาศในวันที่ 15, 18, 19, 20, 21 มีนาคม รวม 5 วัน ออกอากาศเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศ วันละ 1 กลุ่ม ต่อสถานี ต่อวัน โดยสถานีจะออกอากาศวันละไม่เกิน 60 นาที
ในครั้งนี้มีสถานีวิทยุกระจายเสียงร่วมออกอากาศ 25 สถานี และสถานีวิทยุโทรทัศน์ร่วมออกอากาศ 22 สถานี แต่ละสถานีจะแบ่งกลุ่มพรรคการเมืองออกเป็น 9 กลุ่ม และแต่ละสถานีจะสลับออกอากาศสลับกลุ่มกันไปเพื่อให้ครบทั้ง 51 พรรค โดย กกต.จะจัดให้พรรคการเมืองจับสลาก เพื่อกำหนดว่าพรรคการเมืองใดจะได้ลำดับการออกอากาศเป็นพรรคแรก ทั้งในการโฆษณาหาเสียงและการประชันนโยบายบริหารประเทศ จากนั้น จะให้พรรคการเมืองจัดทำเทปการโฆษณาหาเสียงส่งมายัง กกต.เพื่อจะตรวจสอบเนื้อหาว่าเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่ กกต.จะมีการส่งให้สถานีโทรทัศน์ทำการเผยแพร่ต่อไป อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาในการออกอากาศทั้งการโฆษณาหาเสียงและการประชันนโยบายบริหารประเทศนั้นสถานีสามารถนำออกอากาศในเวลาใดก็ได้ในห้วงเวลา 06.00-24.00 น.
ถือเป็นอีกหนทางในการให้พรรคการเมืองได้หาเสียงผ่านสื่อวิทยุและโทรทัศน์ โดยการบริหารจัดการของ กกต.เอง ซึ่งโดยหลักการเป็นเรื่องที่ดี และที่ผ่านมา ก็เคยมีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันนี้ แต่มีปัญหาในเรื่องความน่าสนใจของรายการ จากสาเหตุหลายๆ ประการ ทั้งโดยเฉพาะการตั้งประเด็นซักถาม รวมไปถึงประเด็นที่สามารถจะพูดออกอากาศได้ ซึ่งจะมีปัญหา หากไม่ตรงกับประเด็นที่ประชาชนสนใจแล้ว ก็จะกลายเป็นรายการที่ไม่มีผู้สนใจรับชม ในครั้งนี้ กกต.น่าจะประชาสัมพันธ์วันเวลาให้ประชาชนได้ติดตาม และควรติดตามรับฟังเสียงสะท้อนถึงเนื้อหาของรายการว่ามีความน่าสนใจหรือไม่ เพื่อสร้างความคุ้มค่า และเพื่อให้รายการเหล่านี้ ตอบสนองความต้องการรับรู้ข่าวสารของประชาชนได้อย่างตรงประเด็น

