ไม่น่าเชื่อว่า กระแสอันมาจากแฮชแท็ก “ฟ้ารักพ่อ” จะทำให้คะแนนและความนิยมของพรรคอนาคตใหม่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วได้ระดับนี้
หากถามว่าเอาอะไรมา “วัด”
คำตอบก็คือ สัมผัสได้จาก “ปฏิกิริยา” ของบรรดา “เซเลบ” ที่เคยมีบทบาทร่วมกับพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย และ กปปส.
บางคนก็ใช้คำว่า “ดัดจริต” ตาม “วาสนา” อันตะกอนนอนก้น
บางคนก็ประกาศปฏิบัติการ “เท” อย่างชนิด ผีไม่เผา เงาไม่ยอมเหยียบ บางคนเอาประเด็นความร่ำรวยมาบี้ให้กลายเป็น “จุดอ่อน”
ยิ่งมี “ปฏิกิริยา” มากเพียงใด ยิ่งยืนยัน “ความกลัว”
ที่กลัวเป็นอย่างยิ่งมิได้อยู่ที่ฐานคะแนนเสียงเดิมของพวกตนหรือพรรคของตน หากอยู่ที่ฐานคะแนนเสียงใหม่ของคนรุ่นใหม่
นั่นคือ คนอายุ 18-25 ปี
ชะตากรรมที่พรรคไทยรักษาชาติประสบไม่เพียงแต่ทำให้คะแนนของพรรคเพื่อไทยนำโด่ง หากแต่ยังทำให้คะแนนของพรรคอนาคตใหม่ทะยานขึ้น
ขอให้ดู “อีสานโพล” เป็นตัวอย่าง
จากการสำรวจเรื่อง “พรรคที่ชอบและนโยบายที่ใช่ของคนอีสาน” โดยศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ร้อยละ 44.8 ให้พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 21.2 ให้พรรคอนาคตใหม่
ขณะที่พรรคไทยรักษาชาติร้อยละ 7.5 พรรคพลังประชารัฐร้อยละ 7.4 พรรคภูมิใจไทยร้อยละ 6.1 พรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 3.9
คะแนนและความนิยมของพรรคเพื่อไทยในภาคอีสานนั้นรู้อยู่แล้ว
แต่ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ พรรคอนาคตใหม่ทะยานข้ามหัวพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ
เป็นความนิยมจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน
หากดูจากกระแสเนื่องจาก “ฟ้ารักพ่อ” ที่ได้รับการกล่าวขวัญนับจากบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลประเพณีเป็นต้นมาก็พอจะจับทางโน้มได้
เป็นทางโน้มใน “คนรุ่นใหม่”
มีความเป็นไปได้ไม่เพียงแต่จะทำให้พรรคอนาคตใหม่มีโอกาสในภาคอีสานตีเรียงมาเคียงคู่กับพรรคเพื่อไทยเท่านั้น
หากในทุกพื้นที่ก็ดำเนินไปในลักษณะตัวแทรก
เริ่มจาก กทม.ที่พรรคอนาคตใหม่จะกลายเป็นคู่แข่งของพรรคประชาธิปัตย์ ตามมาด้วยภาคใต้และภาคกลางที่จะต้องถูกพรรคอนาคตใหม่แบ่งคะแนนไป
ยิ่งมีการเสนอ “การเลือกตั้ง” ในเชิงยุทธศาสตร์เข้ามา
ไม่เพียงแต่จะทำให้พรรคเพื่อไทยสามารถรักษา “แชมป์” ที่ยึดครองมาตั้งแต่ปี 2544 ต่อเนื่องกระทั่งปี 2554 เอาไว้เท่านั้น
หากพรรคอนาคตใหม่อาจเป็นอีก “ตัวเลือก” ที่จะเข้ามาเสริม
ห้วงเวลาอีก 40 กว่าวันก่อนถึงวันที่ 24 มีนาคม จึงเป็นห้วงเวลาอันเข้มข้นของการแข่งขันเพื่อสร้างคะแนนและความนิยมในทางการเมือง
ระหว่างพรรคตระกูล “เพื่อ” กับ พรรคตระกูล “พลัง”
ขณะเดียวกัน พรรคอนาคตใหม่ก็จะกลายเป็น “ตัวเลือก” ใหม่ที่จะไปเสริมความโดดเด่นให้กับพรรคตระกูล “เพื่อ” หนักแน่นและมั่นคงขึ้น
ทางโน้มนี้วางน้ำหนักอยู่ที่คนอายุ 18-25 เป็นสำคัญ

