หน้าแรก คอลัมนิสต์ อีสปอร์ตกับเด...

อีสปอร์ตกับเด็กติดเกม : โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

25.02.19 | 13:00 น.

“คุณตั้ว” กฤษฎา เจียรวนนท์ หอบหิ้วสมาชิก “ไจแอนท์ ลิงซ์ ทีม” เจ้าของตำแหน่งแชมป์ “โอเวอร์ วอทช์” ประเทศไทย พร้อม วิสุทธิ์ เหมือนแตง ผู้จัดการทีม มาพูดคุยกันตามนัดหมายเมื่อไม่นานมานี้ คุณตั้ว เป็นเจ้าของสโมสรกีฬาอีสปอร์ตของไทยชื่่อ “ลิงซ์” ที่ “ไจแอนท์
ลิงซ์” สังกัดอยู่นั่นแหละครับ พ่วงกับตำแหน่งประธานชมรม อีสปอร์ต ไทย ลีก (อีทีแอล) อีกตำแหน่ง

“อีทีแอล” เป็นการรวมตัวกันเพื่ออนาคตของสโมสรระดับหัวแถวของแวดวงอีสปอร์ตเมืองไทย เพื่อช่วยกันพัฒนากีฬาอีสปอร์ตบ้านเราขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง คือให้มีการแข่งขันแบบลีก ที่มีความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ที่จะส่งผลอย่างมากต่อการพัฒนาขีดความสามารถของทุกคนในวงการโดยรวม

อีสปอร์ต ก็คือการเล่นเกม เป็นเกมคอมพิวเตอร์หลากหลายแบบที่รู้จักกันนั่นแหละครับ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นมาเป็นการแข่งขัน มีทั้งที่เป็นประเภทบุคคล แล้วก็ประเภททีม

ในไทยมีคนเล่นเกมอยู่มากมาย เด็กๆ วัยรุ่นแทบทุกคนทั้งชายหญิง รู้จักและเล่นเกมมานักต่อนัก หลายคนติดงอมแงม จนไม่เป็นอันกินอันนอน อย่าว่าแต่เรื่องเรียนหนังสือหนังหาเลยครับ

เด็กติดเกมในเมืองไทยจึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ สะท้อนออกมาผ่านเหตุการณ์น่าเศร้าหลายๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนักบ้าง เบาบ้าง

Advertisement

แต่พอถึงระดับอีสปอร์ต คุณตั้วกลับบอกว่า แวดวงอีสปอร์ตเมืองไทยยังเล็ก จำกัดแคบ และมีคน “จริงจัง” กับมันอยู่ไม่มากมายเลย ตรงกันข้ามกับที่ควรจะเป็น

ตรงกันข้ามกับในระดับนานาชาติ ที่อีสปอร์ต ได้รับการยอมรับว่าเป็นกีฬาอย่างหนึ่งไปแล้ว มีการบริหารจัดการกันในรูปแบบธุรกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ขึ้นมากมายมหาศาล

ในปี 2022 เอเชี่ยนเกมส์ก็จะจัดแข่งอีสปอร์ต ชิงเหรียญทองกันแล้วนะครับ หลังจากเป็นกีฬาสาธิตในปี 2018

ในเมืองไทยการยอมรับกันในระดับนั้นเพิ่งเริ่มต้น และต้องพัฒนาไปอีกมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความเชื่อ ความรู้สึกของผู้ใหญ่ ผู้ปกครองทั้งหลาย ที่ยังคงเห็นว่า อีสปอร์ต ก็คือการเล่นเกม ที่ก่อผลเสียมากกว่าจะให้ประโยชน์ ทั้งคุณตั้วและคุณวิสุทธิ์ ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า การเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตกับการเล่นเกมแล้วติดเกมนั้น แตกต่างกันอย่างลิบลับ

แค่เล่มเกม ติดเกมจนงอมแงม อาจทำให้คุณเก่งขึ้นได้ แต่ไม่มีวันเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตได้ จับพลัดจับผลูได้เป็นนักกีฬาอีสปอร์ตขึ้นมา ก็ไม่มีทางพัฒนาตัวเองขึ้นมาให้เอาชนะทีมอื่น คนอื่นๆ ได้

เพราะการติด เล่นไม่เป็นเวลาตลอดเวลา เป็นการบั่นทอนศักยภาพในตัวเองของนักกีฬา หรือคนเล่นเกมในตัวอยู่แล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้

นักกีฬาอีสปอร์ต ต้องมีวินัยในตัวเองสูงมาก ต้องเคารพตัวเอง เคารพเพื่อนร่วมทีม ต้องรู้จักการดูแลรักษาสภาพร่างกาย รักษาความแจ่มใส ปราดเปรียวของการคิดอ่าน ไหวพริบปฏิภาณ

สามารถจัดแบ่งเวลาในการซ้อม ทั้งการซ้อมเพื่อพัฒนาตัวเองและการซ้อมเพื่อการแข่งขัน ได้อย่างเหมาะสม

ตะบี้ตะบันเล่นอย่างเดียวไม่มีทางเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตที่ดีและเก่งได้แน่นอน

นักกีฬาอีสปอร์ต ระดับหัวแถว มีเงินเดือนประจำ มีรายได้จากการแข่งขัน มีสปอนเซอร์ สามารถเลี้ยงตัวเองได้สบายๆ แต่คนติดเกมมีแต่จะทำให้ตัวเองแย่ลงในทุกๆ ด้าน

ในขณะเดียวกัน คุณตั้วชี้ให้เห็นว่า อีสปอร์ตกำลังเป็นธุรกิจด้านกีฬา-บันเทิง ที่สร้างงานขึ้นมามากมายมหาศาล

ตัวอย่างเช่น ทีมอีสปอร์ตหนึ่งๆ ไม่เพียงมีสมาชิกทีมที่เป็นนักกีฬา ยังจำเป็นต้องมีผู้จัดการทีม มีโค้ช ผู้ช่วยโค้ช แต่ละทีมต้องมีคนที่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ

ที่สำคัญก็คือ ต้องมีพ่อแม่ผู้ปกครองของนักกีฬาที่ “เข้าใจ” ในตัวลูก สนับสนุนและส่งเสริมลูกในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม

คุณวิสุทธิ์ยืนยันว่า นักกีฬาของลิงซ์ทุกคน มีวินัย จัดการตัวเองอย่างเหมาะสม แบ่งเวลาชัดเจนระหว่างการเล่นเกมกับการเรียนหรือการทำงานอย่างอื่น ถ้ามี ผลการเรียนต้องดี บางคนเกรดอยู่ในระดับ 3.9 ด้วยซ้ำไป

ทั้งสองคนทำให้ผมได้คิดว่า อีสปอร์ต นอกจากจะสามารถเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยและประเทศไทยได้มากในอนาคตแล้ว ยังเป็นช่องทางแก้ปัญหาเด็กติดเกมที่ดีที่สุด ขอเพียงแต่ผู้ปกครองหรือพ่อแม่ ใส่ใจ พูดจา ทำความเข้าใจและเรียนรู้สิ่งที่ลูกๆ ของตนคิดอยู่ในหัวได้บ้างเท่านั้น

ผมหยิบคำถามที่มักได้ยินบ่อยๆ ขึ้นมาถามว่า “ถ้าไม่มีเวลา จะทำยังไง?”

คุณวิสุทธิ์ตอบสวนมาทันทีว่า “ไม่มีเวลา เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้นครับ”