ภายหลังกรณี “แย่ง” และ “ยึด” ไมโครโฟน ณ กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา เมื่อตอนบ่ายของวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม
ไม่มี “คำชี้แจง” ใดจาก นายดอน ปรมัตถ์วินัย
ขณะเดียวกัน ไม่มี “คำอธิบาย” ใด จาก นายกลิน ที.เดวีส์
ได้ยินแต่การโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดย นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ แชร์บทความ 1 ของอดีต ส.ว. ในหัวข้อ “ไทยเป็นเอกราช มิใช่ประเทศราช : อัปรีย์ไป จัญไรมา?” ซึ่งเคยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 พร้อมกับ “ข้อความ” ใหม่ต่อเนื่อง
“การที่อเมริกาส่งคนไม่มีมารยาทมาเป็นทูตถือว่าดูถูกเรา ไม่ให้เกียรติประเทศไทย
ดังนั้น ประเทศไทยควรตอบโต้โดยแจ้งว่าเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ Persona Non Grata ให้อเมริกาเอาตัวกลับประเทศ”
ถือได้ว่าเป็น “มาตรการ” ที่รุนแรงแข็งกร้าว
แข็งกร้าวขณะที่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เงียบ ขณะที่ นายกลิน ที.เดวีส์ เงียบ
คำถามซึ่งเสนอเข้ามาก็คือ อะไรทำให้เกิดสถานการณ์ “แย่ง” และ “ยึด” ไมโครโฟน ระหว่าง นายดอน ปรมัตถ์วินัย กับนายกลิน ที.เดวีส์
ใครมี “มารยาท” ใครไม่มี “มารยาท”
ถามว่ากรณีทั้งหมดนี้มีจุดเริ่มมาจากอะไร ตอบได้เลยว่า 1 มาจากแถลงของ น.ส.แคทรีนา อดัมส์ แห่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ มาจากกรุงวอชิงตัน ปรากฏผ่านหลายสำนักข่าว
จากนั้น มีการแปลเป็นภาษาไทยปรากฏผ่านเว็บไซต์และสื่อต่างๆ หลายแห่ง
ขณะเดียวกัน 1 กรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ออกคำแถลงตอบโต้และชี้แจงโดยระบุว่า ที่ น.ส.แคทรีนา อดัมส์ แถลงมิได้เป็น “แถลงการณ์” ของกระทรวงการต่างประเทศ และไม่ปรากฏคำว่า “ประณาม” ภายในคำแถลงนั้น
“ข้อความที่สื่อบางสำนักรายงานเป็นเพียงการตอบคำถามโดยเจ้าหน้าที่เวรข่าวของกรมเอเชียตะวันออกของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แต่ไม่ใช่การตอบคำถามโดยโฆษกระดับกรม”
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ในวันที่ 11 พฤษภาคม
ต่อมา นายเสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า “เวลา 16.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศเชิญนายกลิน ที.เดวีส์ เข้าพบ เป็นการพูดคุยในเรื่องทั่วไป”
“คาดว่าประเด็นการรายงานข่าวที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐต่อสถานการณ์ในประเทศไทย จะเป็นเรื่อง 1 ที่หยิบยกขึ้นมาพูด” (คมชัดลึก, 13 พฤษภาคม)
เป็นการแถลงตอนเช้าก่อน นายกลิน ที.เดวีส์ จะเดินทางเข้ากระทรวงการต่างประเทศ
แล้วความเป็นจริงที่ “เกิดขึ้นจริง” ในตอนแถลงข่าวหลังพบกันเมื่อ 16.00 น. เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ของวันที่ 13 พฤษภาคม เป็นอย่างไร
ความน่าสนใจอย่างยิ่งอยู่ตรงที่มีหนังสือพิมพ์ภาษาไทยเพียง ไทยรัฐ มติชน ข่าวสด เท่านั้นที่รายงานเหตุการณ์ระหว่างแถลงข่าวอย่างค่อนข้างละเอียด
และมีหนังสือพิมพ์ “หลายฉบับ” ที่มิได้ “รายงาน”
เหตุการณ์เริ่มจาก นายดอน ปรมัตถ์วินัย เปิดโอกาสให้ นายกลิน ที.เดวีส์ แถลงก่อน โดยตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ถามถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทย
โดยระบุว่าเป็นรายงานข่าวของสำนักข่าวเอเอฟพี
“สหรัฐห่วงกังวลอย่างยิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับการจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและเห็นว่าควรเปิดพื้นที่ทางการเมืองเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นขัดต่อพันธกรณีของไทยตามหลักสากล” (ไทยรัฐ, 13 พฤษภาคม)
คำตอบนี้ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวจากนายดอน ปรมัตถ์วินัย
นั่นก็คือ นายดอน ปรมัตถ์วินัย เรียกเอกสารจากเจ้าหน้าที่มาดูและสอบถามอีกครั้ง
“แคทรีนา อดัมส์ คือโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ” จากนั้น นายกลิน ที.เดวีส์ ได้หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านต่อหน้าสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐแปลให้สื่อมวลชนฟังเป็นภาษาไทย” (มติชน, 13 พฤษภาคม)
พร้อมกับย้ำในที่สุดว่า “นี่คือจุดยืนและท่าทีของสหรัฐในขณะนี้”
ในฐานะเป็นชาวพุทธ หากใช้หลักอริยสัจ 4 ย่อมรู้ว่าทุกข์มีสมุทัยมาอย่างไร ในฐานะเป็นคนไทย ย่อมรู้ว่าควันที่ลอยคว้างอยู่ในขณะนี้มีจุดเริ่มมาอย่างไร
เป็น นายดอน ปรมัตถ์วินัย หรือ นายกลิน ที.เดวีส์
ไม่ต้องสาวลึกว่าเหตุปัจจัยอันใดทำให้เกิดการแถลงจากกรุงวอชิงตันเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม
เพราะรู้กันอยู่ว่าเป็นสถานการณ์เมื่อวันที่ 27 เมษายนที่มีการจับ 10 แอดมิน และมีการขยายผลไปสู่การตั้งข้อหามาตรา 116 และข้อหามาตรา 112 ในวันที่ 7 พฤษภาคม
“คำแถลง” จากกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ว่าในกรุงวอชิงตัน ไม่ว่าใน กทม.เป็นเพียง “ปลายเหตุ”

