หน้าแรก คอลัมนิสต์ ตปท.ไม่เห็นด้...

ตปท.ไม่เห็นด้วย โดย นฤตย์ เสกธีระ

17.05.16 | 15:30 น.
แฟ้มภาพ

กรณีทูตสหรัฐอเมริกาเข้าพบกระทรวงการต่างประเทศไทย แล้วเปิดปฏิบัติการ “ตีแสกหน้า” ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

เพราะหลังจากทูตสหรัฐอเมริกาแสดงกิริยาเช่นนั้น ได้ปรากฏปฏิกิริยาตอบกลับจากฝั่งไทย

มีข้อเสนอถึงขนาดส่งทูตสหรัฐกลับ

แต่หากย้อนกลับไปลำดับเหตุการณ์อีกครั้ง อาจพบปัญหาที่ทำให้ทูตสหรัฐทำเช่นนั้น

อาจจะมาจาก “ฝ่ายไทย” แปลความถ้อยคำของโฆษกสหรัฐ “ผิดความ”

Advertisement

ผิดจาก “โฆษก” มาเป็น “เจ้าหน้าที่เวร”

ตีความผิดจากที่สหรัฐต้องการบอกว่า “ไม่เห็นด้วย” กลายเป็น “ไม่ใช่ ไม่เห็นด้วย…”

ดังนั้น เมื่อมีการสอบถามอีกครั้ง ทูตสหรัฐจึงตอกย้ำ พร้อมทั้งส่งให้เจ้าหน้าที่แปลเป็นภาษาไทย

ย้ำสัญญาณที่สหรัฐอเมริกามีต่อทางการไทย

แปลเป็นไทยต่อหน้าสื่อมวลชนไทย เพื่อให้คนไทยทราบ

ทราบว่าไม่เห็นด้วยกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพ พร้อมยกตัวอย่างออกอย่างแจ่มชัด

กรณีการแปลความเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับทูตประเทศอื่น ที่ฝ่ายไทย “ถอดความ” ไม่ตรงกับสัญญาณที่เขาต้องการส่ง

และกรณีของทูตสหรัฐ ที่แสดงปฏิกิริยาเช่นนี้ อาจเกิดขึ้นอีกหลายครั้งได้ หากการ “ถอดความ” ยัง “ผิดความ”

ทางที่ดีน่าจะดำเนินการแบบที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีว่าไว้

นั่นคือยอมรับความจริง

ประเทศไทยยังไม่มีรัฐบาลเลือกตั้ง… ประเทศไทยจะไปบอกว่าเป็นประชาธิปไตยไม่ได้

เห็นไหมว่า เลือกตั้งกับประชาธิปไตยผูกโยงกัน

เมื่อรัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เมื่อออกกฎหมายมา

กฎหมายนั้นก็มาจากรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

แล้วการจับกุมบุคคลที่ทำผิดกฎหมายซึ่งออกโดยรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ต่างชาติเขาจะยอมรับได้อย่างไร?

เมื่อต่างประเทศไทยไม่ยอมรับ ย่อมมีการกดดัน บีบคั้น ตามมา

ขณะที่ประเทศไทยยังต้องพึ่งโลก สิ่งที่เราทำได้ก็แค่ประคับประคองสถานการณ์

รอจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง

และต้องรอไปจนกว่าต่างชาติเขาจะยอมรับรัฐบาลชุดที่มาจากการเลือกตั้งด้วย

ส่วนการประคับประคองสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ทำเต็มที่

การปรับปรุงตัวเองเพื่อปลดล็อกใบเหลือง ไอยูยู การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นตัวอย่าง

ความพยายามของกระทรวงการต่างประเทศที่พยายามทำให้โลกเข้าใจ นั่นก็ใช่

แต่ขณะที่ไทยพยายามบอกต่างประเทศว่าไม่ได้จำกัดสิทธิประชาชน

คณะที่นำโดย นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรมไปขึ้นเวทียูพีอาร์ ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ก็ประกาศชัด

เชื่อว่าโลกเข้าใจสิ่งที่ไทยบอกแล้ว

แต่แม้จะเข้าใจก็ยังไม่เห็นด้วยกับการจำกัดสิทธิ “กลุ่มเห็นต่าง”

ต่างประเทศเห็นว่าการจำกัดสิทธิ “กลุ่มเห็นต่าง” นั้นไม่ควรทำ

ณ วันนี้สิ่งที่ต่างประเทศแสดงออก จึงมิใช่ไม่เข้าใจ

หากแต่เข้าใจดี และกำลังบอกว่า “ไม่เห็นด้วย” ในเรื่องอะไร

ส่วนรัฐบาลไทยจะเห็นด้วยกับต่างประเทศหรือเปล่าก็สุดแล้วแต่จะพิจารณา