ในงาน โมบาย เวิลด์ คองเกรส ที่นครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ ปีนี้ มีเทรนด์เทคโนโลยีที่ชัดเจนอยู่เทรนด์หนึ่ง นั่นคือ เทคโนโลยีที่นำมาใช้งานกับสัตว์เลี้ยง
มีอุปกรณ์ใหม่ๆ ประเภทแก็ดเจ็ทมากมายหลายอย่างสำหรับนำไปใช้งานในการดูแลเพื่อน 4 ขาประจำบ้านของเรา ไม่ว่าจะน้องแมวหรือน้องหมาทั้งหลาย
มีตั้งแต่อุปกรณ์ติดตามตัวที่เรียกว่า แวเรเบิล ดีไวซ์ เพื่อแสดงตำแหน่งแห่งหน ติดตามพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ เรื่อยไปจนถึงอุปกรณ์ขับถ่ายที่ทำความสะอาดตัวเองได้ และอุปกรณ์ป้อนอาหาร ให้ขนมเป็นรางวัลสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราแบบอัตโนมัติ จากระยะไกล
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง ช่วยให้เจ้าของน้องหมา น้องแมว กำหนดอาณาบริเวณภายในหรือรอบๆ บ้านพักให้เป็น “เซฟโซน” และจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนผู้เป็นเจ้าของทันทีที่สัตว์เลี้ยงของเราเคลื่อนไหวออกนอก “เซฟโซน” ที่ว่านั้น
“โวดาโฟน” ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก นำอุปกรณ์ที่เรียกว่า “คิปปี” สำหรับใช้ติดตามตัวสัตว์เลี้ยงผ่านระบบจีพีเอสออกมาแสดงในงาน อวดว่า “คิปปี” เปิดให้บริการแล้วทั่วภาคพื้นยุโรป
“คิปปี” ทำด้วยสเตนเลส กันน้ำ ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จประจุใหม่ได้ ครั้งหนึ่งๆ ใช้ได้นาน 10 วัน ทำงานร่วมกับซิมการ์ด ซึ่งผู้ให้บริการคิดค่าบริการเพียงเดือนละ 4-6 ยูโร หรือราว 100-200 บาท แสดงผลผ่านโน้ตบุ๊ก หรือสมาร์ทโฟนของผู้เป็นเจ้าของได้ตลอดเวลา
อีกตัวอย่างที่กลายเป็นแก็ดเจ็ทยอดนิยมก็คือ “เฟอร์โบ” ซึ่งนอกจากจะติดตั้งกล้องที่เชื่อมต่อกับระบบไวไฟที่บ้าน ให้เราคอยดูสัตว์เลี้ยงที่บ้านผ่านมือถือได้ตลอดเวลาแล้ว ยังสามารถเก็บ “ขนม” ที่น้องหมา น้องแมวชื่นชอบไว้ข้างใน ไม่ว่าเจ้าของอยู่ไกลแค่ไหน กดปุ่มในแอพพ์เมื่อไหร่ ขนมก็จะร่วงลงมาเป็นรางวัลได้ทันที
เฟอร์โบยังส่งข้อความเตือนไปยังโทรศัพท์เจ้าของทันทีเหมือนกัน หากน้องหมาหรือแมวแสดงพฤติกรรมผิดปกติ เช่นเห่ามากและนานเกินไป แถมยังใช้ภาพจากกล้องมารวมๆ กันเป็นคลิป
วิดีโอสั้นๆ 60 วินาที ให้ผู้เป็นเจ้าของดูได้ผ่านสมาร์ทโฟนอีกต่างหาก
หรือกรณีบริษัทสตาร์ตอัพจากเกาหลีใต้อย่าง เพอร์ซอง ก็นำ “ลาฟวีบ็อท” ห้องน้ำสำหรับน้องแมว ที่ทำความสะอาดตัวเองได้เสร็จสรรพ แถมยังส่งข้อความแจ้งเจ้าของอัตโนมัติทุกครั้งที่น้องแมวมาใช้บริการ สามารถตรวจสอบและบันทึกน้ำหนักของแมว จำนวนครั้ง และช่วงเวลาที่ใช้สุขา
เผื่อให้เจ้าของติดตามได้ว่าสัตว์เลี้ยงของตัวเองมีปัญหาสุขภาพหรือเปล่าได้เช่นกัน
อุปกรณ์ทำนองนี้เกือบทั้งหมด มักต้องใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งทำให้เกิดรายได้ใหม่ๆ ขึ้นมานอกเหนือจากการขายสมาร์ทโฟนและค่าบริการโทรศัพท์ตามปกติ ที่เริ่มอิ่มตัวกันแล้ว
นักวิเคราะห์ด้านการตลาดของบริษัทวิจัยเทคโนโลยีอย่าง ซีซีเอสอินไซต์ ยอมรับว่าเป็นกลยุทธ์ธุรกิจที่ฉลาดไม่เบาเลยทีเดียว ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า ทั่วทั้งยุโรปในเวลานี้ คนที่ควรมีสมาร์ทโฟนทุกคน ล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าของและใช้บริการสมาร์ทโฟนกันหมดแล้ว
เมื่อตลาดคนอิ่มตัว ผู้ให้บริการก็ต้องขยับขยายหาตลาดใหม่ ตลาดสัตว์เลี้ยงนั้นไม่เพียงแต่ไม่เลวทีเดียวเท่านั้น แต่เป็นตลาดใหม่ที่ดีมากๆ เพราะโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี
ข้อมูลของโกลบอล มาร์เก็ต อินไซต์ ที่ทำวิจัยตลาดไอทีแสดงให้เห็นว่า มูลค่าตลาดเทคโนโลยีสำหรับสัตว์เลี้ยง เมื่อปี 2017 นั้นสูงถึง 1,850 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 59,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
ที่สำคัญก็คือ ภายในปี 2024 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า ตลาดนี้คาดว่าจะขยายตัวออกไปอีกหลายเท่า มูลค่ารวมจะสูงเกิน 8,000 ล้านดอลลาร์ อีกด้วย
ดูถูกธุรกิจสัตว์เลี้ยงไม่ได้จริงๆ ครับ

