คุณภาพคือความอยู่รอด ตอน คุณภาพ 4.0 กับผู้นำ : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

16.03.19 | 13:00 น.

ในยุคของ “Industry 4.0” และ “Thailand 4.0” นั้น เราต้องอาศัย “เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการผลิตสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าได้ อันนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจอุตสาหกรรม

ความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในยุค 4.0 นั้น จะเกิดจากเทคโนโลยีที่เพิ่มความสามารถในการเชื่อมโยงถึงกันของสรรพสิ่ง การเคลื่อนไหล และการวิเคราะห์เจาะลึก ของ “ข้อมูลมหาศาล” (Big Data)

“ข้อมูลมหาศาล” ที่ว่านี้ จะมีลักษณะที่สำคัญ 4 ประการ คือ ต้องมีจำนวนมหาศาล มีความหลากหลาย มีความรวดเร็วและมีความถูกต้องเชื่อถือได้ ซึ่งจะต้องอาศัยการวิเคราะห์เจาะลึกจึงจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้งาน (การตัดสินใจทางธุรกิจอุตสาหกรรมและกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร)

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ Industry 4.0 ในยุคปัจจุบัน จึงเป็นยุคของระบบดิจิทัลและการเชื่อมโยง (Digitalization และ Connectivity) ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในประสิทธิภาพการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และนวัตกรรมใหม่ๆ รวมตลอดถึงการทำให้เกิด “รูปแบบของธุรกิจ” (Business Model) ใหม่ๆ ด้วย

แต่ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด “คุณภาพ ก็คือ ความอยู่รอด” เสมอ

Advertisement

“คุณภาพ 4.0” (Quality 4.0) จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญของ “Industry 4.0” ในเชิงของการบริหารจัดการคุณภาพและการปรับปรุงคุณภาพในสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับ “เทคโนโลยี” ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและผลการปฏิบัติงาน (รายได้/กำไร) ขององค์กร รวมตลอดถึงการสร้างนวัตกรรมและรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว บุคลากรด้านคุณภาพหรือทีมคุณภาพขององค์กรส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ในวังวนของการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ และติดอยู่ในกับดักของการทำงานแบบแยกส่วน คือบริหารจัดการแบบไม่บูรณาการหน่วยงานต่างๆ เพราะส่วนใหญ่ยังคงเคยชินกับ “การควบคุมคุณภาพ” ที่จุดใดจุดหนึ่งหรือที่ปลายกระบวนการผลิต แทนที่จะมีจิตสำนึกของ “การบูรณาการ” หรือการบริหารจัดการข้ามสายงานแบบครบวงจร เนื่องจากคุณภาพจะเป็นเรื่องของกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ซึ่งต้องบูรณาการการทำงานของพนักงานทุกคนและเครื่องจักรอุปกรณ์ ตลอดกระบวนการ

ถึงแม้ว่าเรื่องของ “คุณภาพ 4.0” จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของ “เทคโนโลยี” โดยตรง แต่จะเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์หรือสิ่งที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ๆ (โดยเฉพาะระบบอัตโนมัติและระบบดิจิทัล) รวมตลอดถึง วิธีคิดวิธีทำงาน ความร่วมมือกัน ความรู้ความสามารถ ภาวะผู้นำและวัฒนธรรมองค์กร คือเป็นส่วนที่สำคัญของการปรับเปลี่ยน “ระบบการบริหารจัดการ” และ “ความสามารถในการทำได้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพ” โดยการปรับเปลี่ยนองค์กรในปัจจุบันด้วยระบบ Digital Transformation ให้เป็นระบบ 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพให้องค์กรสามารถแข่งขันในยุคที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ดังนั้น เรื่องที่สำคัญที่สุดในยุค 4.0 ก็คือ ผู้บริหารท่านใดที่สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยสามารถคงไว้ซึ่ง “คุณภาพ” ด้วย ผู้นั้นก็จะเป็น “ผู้นำแห่งอนาคต” ครับผม !

วิฑูรย์ สิมะโชคดี