ระยะเวลาเพียง 4 เดือนเศษ เครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX 8 รุ่นล่าสุดของสหรัฐ ได้เกิดอุบัติเหตุถึง 2 ครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 346 คน
1.วันที่ 30 ตุลาคม 2018 ไลอ้อนแอร์ อินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิต 189 คน
2.วันที่ 10 มีนาคม 2019 เอธิโอเปีย แอร์ไลน์ มีผู้เสียชีวิต 157 คน
อนุมานเบื้องต้นได้ว่า ปฐมเหตุเกิดจากระบบควบคุมเครื่องบินในกรณีผิดปกติที่เครื่องบินเชิดตัวขึ้นมากเกินไป (Maneuvering Characteristics Augmentation System=MCAS)
ประเทศต่างๆ ได้ทยอยสั่งพักการใช้เครื่องบินโดยสารรุ่นดังกล่าว แม้กระทั่งแคนาดา ซึ่งเป็นกัลยาณมิตรของสหรัฐก็ได้สั่งพักเช่นกัน แต่กระนั้น วอชิงตันก็ยังยืนยันว่าใช้การได้
ความสัมพันธ์อันล้ำลึกระหว่างบริษัทโบอิ้งกับวอชิงตัน จึงกลายเป็นสปอตไลต์
ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การดำเนินการใดๆ ของสำนักงานบริหารการบินสหรัฐ (FAA) ถือเป็นมาตรฐานสากล ได้รับความเชื่อถือในระดับสากลอันเกี่ยวกับการวินิจฉัยเรื่องความปลอดภัย
การสั่งพักการบินเครื่องบินรุ่นดังกล่าว ย่อมถือว่าเป็นการลงมติไม่ไว้วางใจวอชิงตันและ FAA เป็นเหตุให้ความเชื่อถือในด้านความปลอดภัยของเครื่องบินต้องได้รับความสั่นคลอน
หลังจากที่เครื่องบินเอธิโอเปีย แอร์ไลน์เกิดอุบัติเหตุ จีนเป็นประเทศแรกที่สั่งพักการบินเครื่องบินรุ่นเดียวกัน ตามมาด้วยเยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย สหภาพยุโรป แคนาดา เป็นต้น
ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงได้มีคำสั่งห้ามเครื่องบินรุ่นเกิดเหตุขึ้น-ลง หรือบินผ่านน่านฟ้า
สำหรับบริษัทการบิน การสั่งพักการบินถือเป็นปฏิบัติการที่มีต้นทุนสูงยิ่ง แต่กระนั้นก็ไม่มีอะไรที่มีความสำคัญมากไปกว่าชีวิตมนุษย์
เวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา สถิติเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุได้ลดลงตามลำดับ แต่ระยะเวลาเพียง 4 เดือนเศษก็เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตถึง 346 คน
เนื่องจากประเทศจีนเป็นผู้นำในการสั่งพักการบิน จึงเป็นเหตุให้ประชาคมโลกเคลือบแคลงสงสัยว่า เป็นกุศโลบายของจีนที่จะนำมาเป็นประเด็นต่อรองในการเจรจายุติสงครามการค้า แต่ต่อมามีหลายประเทศได้สั่งพักการบินเช่นกัน ความสงสัยจึงหมดไป
ย้อนมองอุบัติเหตุทั้ง 2 ครั้งของเครื่องบินรุ่น MAX 8 มีจุดเหมือนคือ เหตุเกิดหลังจากขึ้นบินแล้วไม่นาน ผู้ชำนาญการต่างได้พุ่งเป้าไปที่ระบบควบคุม MCAS เป็นปฐมเหตุแห่งอุบัติเหตุ
เพราะระบบควบคุมอาจมีความผิดปกติในการทำหน้าที่ ขณะที่เครื่องบินเชิดตัวขึ้น
ซึ่งมีเหตุอันน่าเชื่อ เพราะเครื่องบินทั้งสองลำล้วนอยู่ในจังหวะเชิดตัวขึ้นขณะเกิดเหตุ
2010 ยุโรปมีผลิตภัณท์ใหม่สู่ตลาดคือ แอร์บัส A320 ส่วนโบอิ้งก็ผลักดัน MAX 8 รับศึก ภายในระยะเวลาอันสั้น ขายได้ 5,000 ลำ ส่งมอบแล้ว 340 ลำ
ประเทศจีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ระหว่างการเจรจายุติสงครามการค้า ผู้แทนสหรัฐยังล็อบบี้ให้จีนสั่งซื้อเพิ่มอีก เพราะเป็นเครื่องบินที่ประหยัดน้ำมัน
ชั่วที่หลังการปรับปรุงโครงสร้างของเครื่องบิน เป็นผลให้หัวเครื่องบินเชิดตัวขึ้นง่าย นักบินที่เคยชินกับโบอิ้ง 737 รุ่นเก่า ยังไม่ได้รับการฝึกอบรมให้เกิดความเคยชินกับรุ่นใหม่
ทั้งนี้ อาจเกิดจากสาเหตุการช่วงชิงตลาด จึงละเลยการอบรมให้เข้าใจกับผลิตภัณท์ใหม่
และกลายเป็นที่มาของโศกนาฏกรรม
อย่างไรก็ตาม สำนักงานบริหารการบินสหรัฐ ด้านหนึ่งได้มีคำสั่งให้โบอิ้งต้องทำการปรับปรุงแก้ไขระบบให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายน อีกด้านหนึ่งก็ยืนยันว่า การพักการบินไม่มีเหตุผล จึงเป็นเหตุให้ประชาคมโลกเคลือบแคลงสงสัยว่า มีเจตนาที่จะทำให้ปัญหาเจือจาง
เพราะเนื่องจากโบอิ้งมีสัดส่วนในดัชนีดาวโจนส์เกินกว่า 10% ถ้าพักการบินทั้งหมดจะต้องกระทบต่อตลาดหุ้นสหรัฐอย่างแน่นอน
อนาคตทางการเมืองของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ฝากไว้กับตลาดหุ้น
ฉะนั้น จึงมิใช่เรื่องที่ทรัมป์อยากเห็น
บริษัทโบอิ้งนอกจากเป็นหนึ่งในนายจ้างที่ใหญ่ที่สุด ยังเป็นซัพพลายเออร์ทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญอีกด้วย จึงมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับวอชิงตัน
หลายทศวรรษที่ผ่านมา ธุรกิจการบินของสหรัฐถือเป็นที่หนึ่ง บรรดาบริษัทการบินนานาชาติที่ประสงค์จะมีที่ยืนในปฐพีของสหรัฐ จักต้องเคารพมาตรฐานของ FAA ประชาคมโลกก็มีความเชื่อถือการวินิจฉัยขององค์กร ซึ่งได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทำการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยมาโดยตลอด มิได้ว่างเว้น
ต่อมาปี 2005 เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการคลัง ไม่มีงบประมาณในด้านนี้ จึงอนุญาตให้บริษัทโบอิ้งทำการตรวจสอบความปลอดภัยด้วยลูกจ้างของตน ปัญหาจึงเกิด
แต่วัวหายแล้วล้อมคอกยังไม่สาย
ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

