หน้าแรก คอลัมนิสต์ สถานที่ตักน้ำ...

สถานที่ตักน้ำในพระราชพิธีสำคัญ ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ : โดย ดำรงศักดิ์ บุญสู่

19.03.19 | 14:25 น.

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก หมายถึงพระราชพิธีในการสถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์อย่างเป็นทางการ เป็นพระราชพิธีศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่งซึ่งมีมาแต่โบราณกาล ในพระราชพิธีนี้มีสิ่งประกอบสำคัญอย่างหนึ่งคือ น้ำสรงพระมุรธาภิเษก ซึ่งเป็นน้ำที่ตักมาจากแม่น้ำสำคัญ 5 สาย ซึ่งธรรมเนียมของศาสนาพราหมณ์อินเดียเรียกว่า ปัญจมหานที คือตักมาจากแม่น้ำคงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู และมหิ ซึ่งถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพราะไหลมาจากเขาไกรลาศ ส่วนธรรมเนียมในประเทศไทยเรียกว่า เบญจสุทธิคงคา ตักจากแม่น้ำสำคัญ 5 สายในประเทศไทย

มีหลักฐานในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกว่า เมื่อครั้งพระองค์ทรงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น ทรงใช้น้ำสรงพระมุรธาภิเษกจากแม่น้ำสำคัญ ดังนี้

1.แม่น้ำเพชรบุรี ตักที่ตำบลท่าไชย แขวงเมืองเพชรบุรี
2.แม่น้ำราชบุรี (แม่กลอง) ตักที่ตำบลดาวดึงส์ แขวงเมืองสมุทรสงคราม
3.แม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่ตำบลบางแก้ว แขวงเมืองอ่างทอง
4.แม่น้ำป่าสัก ตักที่ตำบลท่าราบ แขวงเมืองสระบุรี
5.แม่น้ำบางปะกง ตักที่บึงพระอาจารย์ แขวงเมืองนครนายก

นอกจากนั้นยังใช้น้ำจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาพราหมณ์อีก 4 สระคือ สระแก้ว สระคงคา สระยมนา สระเกศ จาก แขวงเมืองสุพรรณบุรี

การเลือกน้ำบริสุทธิ์เพื่อนำมาใช้ทำน้ำสรงพระมุรธาภิเษกนี้เป็นหน้าที่ของเหล่าพราหมณ์ราชครูปุโรหิตในเมืองหลวงซึ่งคอยสืบทราบว่า ณ ที่แห่งใดมีพวกพราหมณ์ไปทำน้ำเทพมนต์เป็นประจำก็เชื่อได้ว่าน้ำที่แหล่งน้ำนั้นสะอาดบริสุทธิ์ สามารถนำมาใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกได้

Advertisement

แขวงเมืองเพชรบุรี เป็นเมืองศิลปะการช่าง มีช่างอยู่ครบครัน ทั้งช่างไม้ ช่างปั้น ช่างปูน ช่างแกะ ช่างสลัก ช่างเขียน ฯลฯ รวมทั้งช่างขับ (ร้องเพลง) ช่างปี่พาทย์ ช่างมโหรี (ศัพท์โบราณ) มีการศึกษาเล่าเรียน มีพิธีไหว้ครู และทำน้ำมนต์ประพรมในพิธีการบ่อยๆ ประกอบกับย่านวัดท่าไชยศิริ เป็นที่อยู่ของเหล่าพราหมณ์รามราช ซึ่งพราหมณ์ทางเมืองหลวงรู้จักดี จึงไว้ใจให้ตักน้ำสำคัญ ณ ที่นี้

ส่วนตำบลดาวดึงส์ แขวงเมืองสมุทรสงคราม ปัจจุบันอยู่ในย่านตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา อันเป็นนิวาสสถานเดิมของสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ 1 เป็นแหล่งศิลปะการแสดงและดนตรีไทยสำคัญในสมัยนั้น มีวงมโหรีปี่พาทย์จำนวนมาก มีการศึกษาอย่างจริงจัง เพราะคนที่มีฝีมือดีถึงที่สุดจะได้รับเลือกไปอยู่ในวงของเจ้านายในรั้วในวัง จึงมีพิธีการไหว้ครูอย่างสม่ำเสมอ มีพราหมณ์มาทำพิธีเสกน้ำมนต์ จึงได้รับความไว้วางใจว่าน้ำบริสุทธิ์สะอาด ใช้ในพระราชพิธีได้

หลักฐานความเจริญรุ่งเรืองของการดนตรีไทยที่ตำบลบางช้างก็คือ เป็นแหล่งกำเนิดเพลงไทยชื่อ แขกมอญบางช้าง และใบ้คลั่งบางช้าง ต่อมาครูเพลงได้นำเนื้อหาบางตอนจากวรรณคดี ขุนช้างขุนแผน มาเป็นเนื้อร้อง และยังเป็นที่นิยมมาถึงปัจจุบัน

ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่ตำบลบางแก้ว หรือคลองบางแก้ว แขวงเมืองอ่างทอง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเก่า การเดินทางจากเมืองเหนือมาสู่กรุงศรีอยุธยาในสมัยก่อนต้องเข้าทางคลองบางแก้วนี้ (เพราะยังไม่มีสายน้ำที่ตัดตรงมาผ่านหน้าศาลากลางแล้วไหลไปป่าโมก) ดังมีหลักฐานจากวรรณคดีขุนช้างขุนแผน ตอนพระเจ้าเชียงใหม่นำนางสร้อยทองและนางสร้อยฟ้ามาถวายพระเจ้ากรุงศรีอยุธยา ก็ต้องเข้าคลองบางแก้ว

   ถึงบางแก้วบ้านรีมิรั้งรอ      ทั้งบ้านขวางท่าตอมาล่อหน้า
เพื่อนมอญเดินว่อนอยู่ไปมา   ผัดหน้านุ่งผ้าวิ่งร่าไป…
ฯลฯ

แสดงว่าย่านคลองบางแก้วนี้มีมอญมาอยู่มากแล้ว และมอญต้องนำดนตรีเครื่องมอญ (ปี่พาทย์มอญ) มาฝึกฝนเผยแพร่ด้วย น่าจะเป็นแหล่งที่การดนตรีทั้งมโหรีปี่พาทย์เจริญรุ่งเรืองมาก เพราะสมัยนั้นความบันเทิงทางเสียงไม่ค่อยมี ต้องอาศัยจากการฟังการขับร้องประโคมดนตรีเท่านั้น การฝึกดนตรีให้เก่งสามารถนำความสุข ความพอมีพอกินหรือการไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าของตนเองได้ เมื่อมีการศึกษาการฝึกฝนมาก นักดนตรีก็เชี่ยวชาญแตกฉาน ถึงกับสร้างเพลง ถอยหลังเข้าคลอง ไว้เป็นหลักฐานความรุ่งเรืองแห่งการดนตรีแห่งคลองบางแก้ว

ถอยหลังเข้าคลอง

   เจ้าเอยน้ำไหล      น้ำไหลเข้าคลองบ้านรี
ตัวเจ้ากับพี่              มาลงเรือด้วยกัน
พร้อมหน้าข้าไท       จะไปไหว้พระเกษมสันต์
เกิดภาคเดียวกัน      ทุกชาติทุกชั้นนะเจ้าเอยฯ

อีกท่อนหนึ่งว่า

   เจ้าเอยน้ำไหล           น้ำไหลเข้าคลองบ้านขวาง
ตัวพี่จะพานาง              มานั่งเรือสิบพาย
เจ้าพายเรือคอสอง       พี่พายรองคอท้าย
พี่ให้น้ำปลายพาย        สบายน้ำใจเจ้าเอยฯ

เมื่อการเพลงและดนตรีเจริญถึงขนาดนี้ ก็แสดงว่าต้องมีวงดนตรีมโหรีปี่พาทย์ประชันกันจำนวนมาก มีการไหว้ครูดนตรี มีการเสกน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ประพรม พราหมณ์ราชครูต้องทราบกิตติศัพท์การใช้น้ำมนต์แถบคลองบางแก้วนี้ จึงไว้ใจในความสะอาดบริสุทธิ์ สามารถใช้ได้ในพระราชพิธีอันสำคัญยิ่ง

อธิบายเพลง : ปัจจุบัน บ้านรีเป็นตำบลอยู่ทางปากคลองบางแก้ว ขึ้นอยู่กับอำเภอเมืองอ่างทอง ส่วนตำบลบ้านขวางอยู่ถัดไป ขึ้นอยู่กับอำเภอมหาราช พระนครศรีอยุธยา สำหรับวงมโหรีปี่พาทย์ ค่อยๆ เหลือน้อยลงทุกแห่ง ส่วนสถานที่ตักน้ำที่แม่น้ำป่าสักและแม่น้ำบางปะกง มีให้ศึกษาในอินเตอร์เน็ตแล้ว

ดำรงศักดิ์ บุญสู่
ผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวัฒนธรรมจังหวัดอ่างทอง