ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย เทเป้าหมายไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เทเป้าหมายไปยัง 250 ส.ว.อันเป็นผลพวงแห่งระบอบ คสช.
ขอให้ดูท่าทีของ พรรคพลังประชารัฐ
ยิ่งกว่านั้น ที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดก็คือ ขอให้ดูท่าทีของพรรครวมพลังประชาชาติไทยและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
1 เน้นไปยังพรรคประชาธิปัตย์ เน้นไปยัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ขณะเดียวกัน 1 ซึ่งทวีความรุนแรงเข้มข้นมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ คือ เน้นไปยังสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ”
นั่นก็คือ การขยายผล “คดีจำนำข้าว”
มิได้จำกัดแต่เพียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากแต่พุ่งไปยัง นายทักษิณ ชินวัตร และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์
นี่ย่อมเป็นหมัดเด็ดจาก “คสช.”
น่าสังเกตว่า ป.ป.ช.ปล่อยกรณีการขยายผลจากคดีโครงการจำนำข้าวออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายเหลือเพียง 1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง
เป็นการยืนยันเจตจำนงของ “รัฐประหาร” อีกครั้งหนึ่ง
ขณะเดียวกัน พรรครวมพลังประชาชาติไทยโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ตระเตรียมจะปล่อยคลิปภาพที่มวลมหาประชาชนถูกปราบปรามอย่างรุนแรงในห้วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2557
เน้นย้ำให้เห็นความเลวร้ายของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เมื่อประสานกับการที่ ป.ป.ช.ขยายผลการสอบกรณีการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปไกลถึง นายทักษิณ ชินวัตร
ยิ่งเท่ากับกวาดรวมคนในตระกูลชินวัตรเข้ามาอยู่ในข้องเดียวกัน
เหมือนกับเป็นของขวัญให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร เหมือนกับเป็นรางวัลให้กับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เป็นการหยิกเล็บและเจ็บไปถึง “เพื่อไทย”
ถามว่าการประสานพลังจากพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย เช่นนี้เป้าหมายหลักยังคงเป็นพรรคเพื่อไทยไม่แปรเปลี่ยน
แล้วพรรคเพื่อไทยเผชิญกับ “หมัดเด็ด” นี้อย่างไร
ล่าสุด พรรคเพื่อไทยปล่อยนโยบาย “หวยบำเหน็จ” หรือ “สลากการออมแห่งชาติ” พร้อมกับคลิปเสียงเป็นภาษาอีสาน
เดินหน้าเรียกคะแนนเสียงจาก “แฟนหวย” อย่างตรงไปตรงมา
ไม่มีใครตอบได้ว่า มีคนชอบเสี่ยงกับการซื้อหวยมากเท่าใด แต่การระบุจำนวนเงิน 2.5 แสนล้านบาทนับว่าเด่นชัด
นี่เท่ากับเป็นการเสนอปมใหม่ นโยบายใหม่ทางการเมือง
นี่เท่ากับเป็นคำถามว่าหมัดเด็ดจากการขยายผลคดีโครงการรับจำนำข้าว กับ การเปิดนโยบายโดยมุ่งไปยัง “หวยแห่งรัฐ” ของใครจะเข้าตาคนเลือกตั้งมากกว่ากัน
ปล่อยกันคนละหมัด ซัดกันอย่างไม่ยั้งมือ
หากมองย้อนไปยังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 พรรคไทยรักไทยมาพร้อมกับนโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ผลก็คือ กำชัยเหนือทุกพรรคการเมือง
มาในเดือนมีนาคม 2562 ก็เป็น “สลากการออมแห่งชาติ”
เวลาที่เหลือไม่ถึง 1 สัปดาห์ ไม่เพียงแต่จะก่อภาวะงงงวยให้กับพรรคพลังประชารัฐ แม้กระทั่งพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็จำเป็นต้องตั้งหลักใหม่
ไม่รู้ว่าใครจะน็อกใคร ไม่รู้ว่าใครจะเหนือกว่า

