น.3คอลัมน์ : ปลายโค้ง เลือกตั้ง หมัดเด็ด พลังประชารัฐ ย้อนเกล็ด เพื่อไทย

18.03.19 | 13:13 น.

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย เทเป้าหมายไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เทเป้าหมายไปยัง 250 ส.ว.อันเป็นผลพวงแห่งระบอบ คสช.

ขอให้ดูท่าทีของ พรรคพลังประชารัฐ

ยิ่งกว่านั้น ที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดก็คือ ขอให้ดูท่าทีของพรรครวมพลังประชาชาติไทยและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

1 เน้นไปยังพรรคประชาธิปัตย์ เน้นไปยัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ขณะเดียวกัน 1 ซึ่งทวีความรุนแรงเข้มข้นมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ คือ เน้นไปยังสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ”

Advertisement

นั่นก็คือ การขยายผล “คดีจำนำข้าว”

มิได้จำกัดแต่เพียง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากแต่พุ่งไปยัง นายทักษิณ ชินวัตร และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์

นี่ย่อมเป็นหมัดเด็ดจาก “คสช.”

น่าสังเกตว่า ป.ป.ช.ปล่อยกรณีการขยายผลจากคดีโครงการจำนำข้าวออกมาในช่วงโค้งสุดท้ายเหลือเพียง 1 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง

เป็นการยืนยันเจตจำนงของ “รัฐประหาร” อีกครั้งหนึ่ง

ขณะเดียวกัน พรรครวมพลังประชาชาติไทยโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ตระเตรียมจะปล่อยคลิปภาพที่มวลมหาประชาชนถูกปราบปรามอย่างรุนแรงในห้วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2557

เน้นย้ำให้เห็นความเลวร้ายของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เมื่อประสานกับการที่ ป.ป.ช.ขยายผลการสอบกรณีการซื้อขายข้าวแบบจีทูจีจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปไกลถึง นายทักษิณ ชินวัตร

ยิ่งเท่ากับกวาดรวมคนในตระกูลชินวัตรเข้ามาอยู่ในข้องเดียวกัน

เหมือนกับเป็นของขวัญให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร เหมือนกับเป็นรางวัลให้กับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เป็นการหยิกเล็บและเจ็บไปถึง “เพื่อไทย”

ถามว่าการประสานพลังจากพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย เช่นนี้เป้าหมายหลักยังคงเป็นพรรคเพื่อไทยไม่แปรเปลี่ยน

แล้วพรรคเพื่อไทยเผชิญกับ “หมัดเด็ด” นี้อย่างไร

ล่าสุด พรรคเพื่อไทยปล่อยนโยบาย “หวยบำเหน็จ” หรือ “สลากการออมแห่งชาติ” พร้อมกับคลิปเสียงเป็นภาษาอีสาน

เดินหน้าเรียกคะแนนเสียงจาก “แฟนหวย” อย่างตรงไปตรงมา

ไม่มีใครตอบได้ว่า มีคนชอบเสี่ยงกับการซื้อหวยมากเท่าใด แต่การระบุจำนวนเงิน 2.5 แสนล้านบาทนับว่าเด่นชัด

นี่เท่ากับเป็นการเสนอปมใหม่ นโยบายใหม่ทางการเมือง

นี่เท่ากับเป็นคำถามว่าหมัดเด็ดจากการขยายผลคดีโครงการรับจำนำข้าว กับ การเปิดนโยบายโดยมุ่งไปยัง “หวยแห่งรัฐ” ของใครจะเข้าตาคนเลือกตั้งมากกว่ากัน

ปล่อยกันคนละหมัด ซัดกันอย่างไม่ยั้งมือ

หากมองย้อนไปยังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมกราคม 2544 พรรคไทยรักไทยมาพร้อมกับนโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” ผลก็คือ กำชัยเหนือทุกพรรคการเมือง

มาในเดือนมีนาคม 2562 ก็เป็น “สลากการออมแห่งชาติ”

เวลาที่เหลือไม่ถึง 1 สัปดาห์ ไม่เพียงแต่จะก่อภาวะงงงวยให้กับพรรคพลังประชารัฐ แม้กระทั่งพรรครวมพลังประชาชาติไทยก็จำเป็นต้องตั้งหลักใหม่

ไม่รู้ว่าใครจะน็อกใคร ไม่รู้ว่าใครจะเหนือกว่า