หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : รุ่นให...

บทนำ : รุ่นใหม่ ประจำวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562

22.03.19 | 13:13 น.

การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ มีผู้มีสิทธิออกเสียง 51.4 ล้านคน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่มีสิทธิออกเสียงครั้งแรก 7.3 ล้านคน ส่วนหนึ่งเป็นนิสิตนักศึกษาที่อยู่ในวัยเรียน เป็นปัญญาชนในมหาวิทยาลัย คนกลุ่มนี้ได้แสดงความสนใจการเมืองอย่างชัดเจน มีความคิดของตนเอง มีความรู้ในทางวิชาการ เข้าใจเทคโนโลยี ใช้สื่อสมัยใหม่ และมีความกล้าแสดงออก ประกอบกับสังคมเบื่อหน่ายการเมืองแบบเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยการสร้างความขัดแย้งและการใส่ร้ายป้ายสี จึงมองหาตัวเลือกใหม่ๆ พรรคการเมืองต่างๆ จึงพยายามปรับตัวให้เข้ากับกระแสของคนรุ่นใหม่ และกระแสความต้องการของประชาชน ทั้งการปรับบุคลิกของพรรค การนำเสนอแนวนโยบายและช่องทางการสื่อสาร

พลังของผู้มีสิทธิออกเสียงของคนรุ่นใหม่ ส่งผลสะเทือนต่อคนวัยต่างๆ พรรคการเมืองที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจ ก็ได้ความสนใจจากคนวัยอื่นที่อยากได้ทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากเดิม กลายเป็นเรื่องที่สร้างความหวั่นไหวให้กับกลุ่มที่เห็นว่าสภาพบ้านเมืองลงตัวดีอยู่แล้ว มีการแสดงออกในลักษณะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นเด็ก ไร้ประสบการณ์ ไม่รู้เท่าทัน แล้วแนะนำสั่งสอนด้วยท่าทีของผู้อาวุโสที่รอบรู้เจนจบในเรื่องการบ้านการเมือง

การเมืองของประเทศไทยในห้วงเวลาที่ผ่านมา เกิดวิกฤตกระทั่งมีรัฐประหาร 2 ครั้ง วิกฤตที่เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งของนักการเมืองที่อยู่ในสภาหลายสมัย ข้าราชการ นักธุรกิจ กลุ่มทุน รวมถึงสื่อบางค่าย หลังรัฐประหาร 2557 มีสภาแต่งตั้ง มีคณะกรรมการหรือกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ล้วนแล้วแต่เป็นผู้อาวุโสในระดับหนึ่ง ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เกิดการเคลื่อนไหวของผู้รักประชาธิปไตย ซึ่งมีนิสิตนักศึกษา เป็นกำลังสำคัญ เรียกร้องให้รัฐบาลและ คสช. คืนอำนาจ จัดเลือกตั้ง มีการจัดกิจกรรมหลายครั้ง จนกระทั่งนิสิตนักศึกษาหลายคนถูกจับกุม จนกระทั่งรัฐบาลและ คสช.ให้มีการเลือกตั้ง เท่ากับว่าเหตุที่การเลือกตั้งเกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษา ดังนั้น ในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นสิทธิของคนรุ่นใหม่ 7 ล้านคนจะตัดสินใจ ส่วนคนบางรุ่นที่มีส่วนทำให้ประเทศติดหล่มทางการเมือง ควรจะศึกษาการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่