ตามปกติคะแนนเสียงของประชาชนทุกคะแนนเสียงในการเลือกตั้งมีความสำคัญมากอยู่แล้ว ยิ่งตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มีเจตนาให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนทุกเสียง โดยมีการออกแบบให้ทุกคะแนนเสียงสามารถนำไปคำนวณเป็น ส.ส.ของแต่ละพรรคได้ ยิ่งทำให้เสียง 1,500 เสียง ที่คนไทยในนิวซีแลนด์เดินทางไปหย่อนบัตร แต่กลายเป็นบัตรเสียเนื่องจากความล่าช้าในการเดินทางจากประเทศนิวซีแลนด์กลับมายังหน่วยเลือกตั้งในไทยนั้น ยิ่งมีความสำคัญ
จากคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พอจะสรุปเหตุการณ์ได้ว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ได้จัดให้มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 4-16 มีนาคม โดยมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในนิวซีแลนด์ 1,862 คน และมีผู้ที่ใช้สิทธิเลือกตั้งรวม 1,542 คน หรือร้อยละ 82.81 โดยสถานทูตได้จัดส่งบัตรเลือกตั้งออกจากกรุงเวลลิงตัน วันที่ 18 มีนาคม ด้วยการขนส่งทางอากาศ มีกำหนดถึงไทยวันที่ 19 มีนาคม
ระหว่างการขนส่งโดยสายการบิน 3 สาย ซึ่งเครื่องบินต้องต่อเครื่อง ได้มีปัญหาเครื่องบินดีเลย์ ทำให้การบินไทยได้รับถุงพัสดุบัตรเลือกตั้งจากสายการบินแอร์ นิวซีแลนด์ วันที่ 22 มีนาคม และนำขึ้นเที่ยวบินที่ TG492 จากเมืองโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ มายังกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 23 มีนาคม โดยเจ้าหน้าที่การบินไทยได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศให้มารับพัสดุดังกล่าวระหว่างเวลา 22.00-22.30 น. วันที่ 23 มีนาคม โดยเครื่องบินและพัสดุบัตรเลือกตั้งมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 20.50 น. วันที่ 23 มีนาคม
ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งเจ้าหน้าที่มารับพัสดุ เวลา 19.30 น. วันที่ 24 มีนาคม โดยชี้แจงว่าไม่ได้ไปรับบัตรในช่วงดึกวันที่ 23 มีนาคม เพราะต้องเตรียมเอกสารทางราชการไปรับถุงเมล์ทางการทูต ทำให้ต้องรอจนถึงวันที่ 24 มีนาคม และระยะเวลาดังกล่าวไม่สามารถคัดแยกบัตรส่งไปตามหน่วยเลือกตั้งทั้ง 350 เขตได้ทัน
เมื่อพิจารณาจากการปฏิบัติ เทียบเคียงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญกับเสียงประชาชน ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงไม่ควรปล่อยเลยไป กกต.ในฐานะผู้จัดการการเลือกตั้ง ควรมีคำตอบที่ทำให้คนไทยในนิวซีแลนด์พึงพอใจ ต้องดำเนินการกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น และหาวิธีการป้องกัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ ก็เพื่อระงับมิให้ความไม่พอใจดังกล่าวบานปลายกลายเป็นอีกประเด็นทางการเมือง


