หน้าแรก คอลัมนิสต์ ประชาธิปไตยต้...

ประชาธิปไตยต้องร่วมกันรับผิดชอบ โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

29.03.19 | 13:00 น.

เห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิมืดฟ้ามัวดินทุกอายุจากครบ 18 ปีเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ถึงอายุ 80-90 เรียกว่าผู้เฒ่าผู้แก่ ตลอดจนคนวัยหนุ่มวัยสาว ก็ชื่นใจที่ระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้รับการยอมรับเต็มที่เต็มพิกัด

ผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรเป็นสิทธิและเสรีภาพของคนไทยทุกคน ส่วนที่ออกไปเลือกกันมากคือการออกไปปฏิบัติหน้าที่พลเมืองไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

หมายความว่า ทุกวันนี้ประชาชนไทยให้การยอมรับทั้งหน้าที่และสิทธิเสรีภาพของตนอย่างหน้าชื่นตาบาน สู้อุตส่าห์รอเวลามานาน 7-8 ปี ไม่บ่นสักแอะ แม้กำหนดการเลือกตั้งเลื่อนแล้วเลื่อนอีก

ที่สุดเมื่อถึงวันเลือกตั้งจึงออกไปสำแดงพลังประชาธิปไตยให้ปรากฏ

ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น โปรดให้ความเคารพต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคนไทย และเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเจ้าของอธิปไตย

Advertisement

ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น ต้องให้ประชาชนตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง เสียงที่หย่อนลงในหีบเลือกตั้งพิสูจน์แล้วว่า คนไทยเดินเข้าถึงอารยธรรมมาตลอด ทั้งเป็นอารยธรรมเรื่องการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ใครอย่ามาขวางให้ยาก

แม้จากนี้ไปอีกสองสามเดือน ผลการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างไร ขอให้ผู้ที่ขัดใจไม่ชอบใจผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องเคารพต่อเสียงประชาชนเจ้าของอธิปไตยที่ออกจากบ้านถือบัตรประชาชนไปปฏิบัติหน้าที่พลเมืองไทย แจ้งเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยเลือกตั้ง รับบัตร เดินเข้าคูหาใช้สิทธิและเสรีภาพกาบัตรตามหมายเลขที่ตนต้องการ แล้วพับบัตรออกมาหย่อนลงหีบรับบัตรด้วยตนเอง

ถึงเวลานับคะแนน ยังรอให้เจ้าหน้าที่หยิบขึ้นมานับทีละบัตรจนเสร็จ จากนั้น เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะนำไปรวมคะแนน ประกาศผล

หากคณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่โปร่งใส สุจริต ผลการเลือกตั้งนั้นจะยุติธรรมไปด้วย

ข่าวรอบด้าน กับ Line@มติชนนิวส์รูม คลิกเป็นเพื่อนกัน ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

เมื่อยังมีผู้สมัครคนใดติดข้องหมองใจผู้สมัครด้วยกันที่ได้รับเลือกตั้งกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันสงสัยว่าจะทุจริต โปรดร้องเรียนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งที่มีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง อีก 35 คณะ มีอำนาจหน้าที่พิจารณาและวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ตามระเบียบว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ.2561 และตาม
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง รวมถึงการยื่นค่าใช้จ่ายเลือกตั้งทุกระดับ และงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการจะทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองสำนวนการทุจริตเลือกตั้งที่จังหวัดส่งเข้ามา และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าเห็นสมควรจะสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สั่งเลือกตั้งใหม่ หรือยกคำร้อง

ดังนั้น นับแต่นี้ หากมีผู้ร้องเรียนเรื่องการทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ และการเลือกตั้งทุกระดับที่จะมีต่อจากนี้ คณะอนุกรรมการชุดนี้ซึ่งมีทั้งหมด 35 คณะ คณะละ 5 คน จะร่วมกันพิจารณาสำนวนคดีเรื่องร้องเรียน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผู้ได้รับการเลือกตั้ง

การพิจารณาของคณะอนุกรรมการต้องส่งขึ้นไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะตัดสินอย่างไรต่อไป

ขณะเดียวกัน มิเพียงแต่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น หากมีเจ้าหน้าที่เลือกตั้งกระทำผิด หรือต้องสงสัยว่ากระทำผิด ผู้พบเห็นหรือคู่กรณีมีสิทธิร้องเรียนเพื่อให้ลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้เช่นกัน

การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย ผ่านมาถึงวันนี้กว่า 80 ปี หวังว่า นับแต่นี้ไป ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอธิปไตยคงใม่ยอมให้ใครมายึดอำนาจไปดำเนินการในรูปแบบ “ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว” อีกแล้วนะครับ คุณพี่