หน้าแรก คอลัมนิสต์ ตำแหน่งแต่งตั...

ตำแหน่งแต่งตั้ง ที่สุดต้องให้ศาลสั่ง : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

5.04.19 | 13:29 น.

กว่าจะประกาศรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละเขตเลือกตั้ง 350 เขต และจากบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคอย่างเป็นทางการตามที่กำหนดไว้ คือวันที่ 9 พฤษภาคม 2562

จากนั้นจึงเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่พรรคการเมืองที่รวมหรือผสมกันได้เกินกว่า 250 คน เมื่อเปิดรัฐสภาแล้วจึงมีการประชุมถวายสัตย์ปฏิญาณ และเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นประธานรัฐสภาโดยปริยาย

เมื่อได้ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วจึงเริ่มดำเนินการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และเลือกนายกรัฐมนตรีไปจัดตั้งรัฐบาล

ระหว่างนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการรับเรื่องราวจากกรณีที่เกิดขึ้นของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ได้รับเลือกตั้ง และไม่ได้รับเลือกตั้งร้องเรียนคู่กรณีว่ากระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงินเพื่อการเลือกตั้งเกินกว่ากำหนดในกฎหมาย หรือกระทำความผิดอื่นๆ กระทั่งการหาเสียงเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้งมีประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดประชุมคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ซึ่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 จำนวน 35 คณะ เพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงานของอนุกรรมการฯ

Advertisement

หลังจากเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา กล่าวรายงานจบแล้ว พิธีกรเชิญคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คน มอบนโยบายการเป็นอนุกรรมการ เริ่มตั้งแต่ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าต้องมีคุณภาพ โปร่งใส เที่ยงธรรม และสุจริต

ทั้งนี้ โดยมีคุณธรรม เป็นกลาง ปราศจากอคติ กล้าหาญ ยืดตามกฎหมายเป็นหลัก ไม่หวั่นไหวต่ออำนาจอิทธิพลใดทั้งสิ้น ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว ทันเวลาตามกำหนด เพราะความล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม

นอกจากนั้น คณะกรรมการอีก 6 คน กล่าวถึงพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ตามมาตรา 114 คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งการหลังการเลือกตั้งเมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้นหมายถึงเมื่อคณะกรรมการ ณ หน่วยเลือกตั้งนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้วจะนำมานับใหม่ว่าเป็นบัตรดีหรือบัตรดีไม่ได้ ด้วยกฎหมายให้ประกาศ ณ หน่วยเลือกตั้งและประกาศไว้ทุกหน่วย แล้วจัดส่งให้เขตเลือกตั้ง ให้จังหวัดคือผู้ว่าราชการจังหวัด สุดท้ายส่งมาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบและประกาศคะแนนของแต่ละคน

สำหรับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ต้องรู้ขั้นตอนตามกฎหมาย ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 300 เรื่อง เมื่อรับสำนวนแล้วต้องพิจารณาว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องหรือไม่ เช่นไม่อยู่ในพื้นที่เลือกตั้งนั้น แต่ร้องเรียนผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่นั้น

ที่สำคัญคือเมื่อการร้องเรียนนั้นผิดไปจากข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริง ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอีกต่อไป ซึ่งเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นต้องฟังจากข้อเท็จจริงให้ยุติ ส่วนข้อกฎหมายต้องดูที่เจตนาของการทำผิดนั้น

สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับการร้องเรียนว่ากระทำการเลือกตั้งไม่สุจริต มีเหตุเกิดขึ้นจำนวนมาก จึงมีการเข้าชื่อเพื่อขอให้ปลดคณะกรรมการชุดนี้

เบื้องต้น หลังจากยื่นรายชื่อแล้ว ผู้ยื่นรายชื่อต้องพิจารณาว่าในส่วนที่มีการร้องเรียนว่าคณะกรรมการ ณ หน่วยเลือกตั้งมีกี่แห่งที่กระทำผิด ขณะที่หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งไปสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดได้สั่งการให้ลงโทษ หรือให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรืออื่นใด หากเสร็จสิ้นแล้วทุกเรื่อง การเรียกร้องให้ “ปลด” คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนี้น่าจะหมดไป

เพราะการจะพิจารณา “ปลด” ใครออกจากตำแหน่งใด ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าตำแหน่งนั้นคือตำแหน่งที่ประชาชนเลือกเหมือนกับผู้แทนราษฎรหรือไม่ ที่สุดแล้วต้องดำเนินการให้ศาลเป็นผู้พิจารณา เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริง และเจตนาหรือไม่ตามกฎหมาย ดีกว่าไหม