พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เชิญสื่อต่างประเทศประจำประเทศไทยร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์บ้านเมือง ที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลระบอบประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) โดยสำนักข่าวที่ได้รับเชิญในครั้งนี้ อาทิ CNN, EPA, Japanese News Agency, BBC, เกียวโด ญี่ปุ่น, AFP, reuters, ABC Australia, CNA Singapore และ NHK มีเนื้อหาห่วงใยสภาพการเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง คล้ายกับเนื้อหาที่แถลงกับสื่อมวลชนไทย
ช่วงหนึ่ง พล.อ.อภิรัชต์กล่าวถึงการเมืองไทยในปัจจุบันว่า เราผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว กองทัพบก ทหารต้องวางตัวเป็นกลาง ตนเข้ามาเป็น ผบ.ทบ. มีจุดยืนของตัวเอง ไม่ได้ให้ใครเข้ามาควบคุม ตนอยู่ในกฎระเบียบกติกา กองทัพไม่เกี่ยวกับรัฐบาลและไม่ก้าวก่ายการเมือง ส่วนผลการเลือกตั้งรอ กกต.ประกาศเป็นทางการ ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาผลักดันและตนไม่รู้ว่าใครจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต กองทัพไม่เข้าไปเกี่ยวทั้งสิ้น ตนยอมไม่ได้ให้คนไทยออกไปต่อสู้กันบนถนนอีกแล้ว เมื่อถามว่าสถานการณ์หลังการเลือกตั้งจะมีทางออกหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ทางออกก็คือทุกคนต้องยอมรับกติกาให้เป็นไปตามขั้นตอนก็คือ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งทางการ 9 พ.ค. ทุกวันนี้นายกรัฐมนตรีพยายามควบคุมให้ทุกอย่างแฟร์ ส่วนจะแฟร์หรือไม่แฟร์ ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่กติกา แต่อยู่ที่ตัวบุคคล เมื่อมีการเลือกตั้ง คนแพ้ไม่พอใจ ก็หาเรื่อง
คำกล่าวของ ผบ.ทบ. ที่ว่า กองทัพจะไม่ยุ่งการเมืองเป็นจุดยืนที่ถูกต้อง แม้ว่า ผบ.ทบ.ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเมืองไปพอสมควรก็ตาม ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย ย่อมจะต้องมีการแสดงความคิดเห็น ใช้สิทธิเสรีภาพตามสมควร เมื่อมีการเลือกตั้งโดย กกต. ย่อมป็นสิทธิของประชาชนที่จะสอบถามและเสนอแนะ จนถึงวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนการล่าชื่อถอดถอน กกต. ก็เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญอีกเช่นกัน การตอบโต้ระหว่างพรรคการเมือง ก็เป็นเรื่องปกติของการเมืองทุกประเทศ ทั้งหมดนี้หากเกินเลย รุนแรง จนเข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ชอบที่จะสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย

