ดูเขาดูเรา : กรณีการเมืองเยเมน…: โดย เฉลิมพล พลมุข

ความเป็นมนุษย์คนที่มีชีวิตรวมอยู่กันเป็นครอบครัว สังคม ประเทศในโลกของเราทุกวันนี้ ข้อมูล ข่าวสาร หรือปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่งในโลกนี้ย่อมได้รับการสื่อสารบอกกล่าวไปยังคนทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยรวดเร็วไร้พรมแดน เพียงใช้เวลาไม่นานนักเราท่านก็จักรับรู้ข้อมูลในข้อเท็จจริงนั้นๆ

สาธารณรัฐเยเมน ในอดีตมีทั้งเยเมนเหนือและเยเมนใต้ เป็นประเทศหนึ่งในคาบสมุทรอาหรับ เป็นส่วนหนึ่งของตะวันออกกลาง มีดินแดนที่ติดกับประเทศโอมาน ซาอุดีอาระเบีย โดยมีคำขวัญของประเทศก็คือ “พระเป็นเจ้า ประเทศ การปฏิวัติ ความสามัคคี” มีการปกครองประเทศด้วยประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

ปัญหาความขัดแย้งในการบริหารประเทศที่มีการใช้อาวุธสงครามกันในช่วงปี พ.ศ.2554-2555 ที่เรียกว่าการปฏิวัติเยเมน โดยมีการประท้วงของประชาชนที่พบกับปัญหาเศรษฐกิจ มีการว่างงาน การทุจริตคอร์รัปชั่น มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเปลี่ยนขั้วของนายทหารของกองทัพ ในระหว่างการต่อสู้กันมีประชาชนต้องบาดเจ็บและเสียชีวิต ผู้นำที่มีอำนาจมีการต่อรองแลกเปลี่ยนให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีอาญา หรืออาจจะกล่าวว่าสงครามในเยเมนเป็นการสู้รบกันระหว่างกลุ่มกบฏฮูธิ และกองกำลังผู้ภักดีของประธานาธิบดีอับดู รับบูห์ มานซูร์ ฮาดี ที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศซาอุดีอาระเบียกับพันธมิตรอาหรับ มีประชาชนบาดเจ็บเสียชีวิตนับหมื่นราย มีผู้อพยพออกนอกประเทศกว่า 2 ล้านคน และอีก 19 ล้านคนของความช่วยเหลือในด้านมนุษยธรรมจนกระทั่งสหประชาชาติได้ออกประกาศว่า สถานการณ์ในเยเมนเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่ร้ายแรงที่สุดในโลก (World Worst Humanitarian Crisis)…

การนำเสนอข้อมูลหรือข่าวสารของประเทศเยเมนไปยังสื่อต่างๆ ทั่วโลกที่มีการสู้รบที่ยาวนานในประเทศมากกว่า 3 ปี ภาพหนึ่งที่เราท่านได้พบเห็นเชิงประจักษ์ก็คือ เด็กเล็กๆ ที่มีสภาพร่างกายผอม มีผู้คนยื้อแย่งอาหาร น้ำดื่ม อัตราการตายของเด็กเล็กๆ อยู่ที่ 10 คน/หนึ่งนาที เด็กจำนวนกว่า 5 แสนคนอยู่ในสภาพของทุพโภชนาการหรือขาดสารอาหารอย่างร้ายแรง การทิ้งระเบิดถล่มเมืองท่าฮู เดดาห์ ซึ่งเป็นเมืองแห่งสุดท้ายที่รับเสบียงการช่วยเหลือซึ่งองค์การอนามัยโลก (ฮู) องค์การอาหารโลก (WFP) และยูนิเซฟ ได้ร้องขอให้ได้รับการยกเว้นในการถล่มทำลายในที่สุดก็พบกับความล้มเหลว ประชาชนผู้บริสุทธิ์นับล้านคนเป็นเหยื่อของการเมืองที่มีการแก่งแย่งกัน…(Waymagazine.org)

การสู้รบกันในประเทศถูกตั้งข้อสังเกตที่ว่าเป็นความขัดแย้งกันทางการเมืองทั้งในประเทศและประเทศที่เกี่ยวข้องในผลประโยชน์ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ การค้าอาวุธสงคราม อาจจะรวมถึงความขัดแย้งในอุดมการณ์ของศาสนาระหว่างผู้นำประเทศที่นับถือนิกายชีอะห์ และกลุ่มของกษัตริย์มุสลิมที่นับถือนิกายสุหนี่ ความขัดแย้งสู้รบกันในครั้งนี้สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่ให้การสนับสนุนทั้งอาวุธและยุทธศาสตร์การรบ จนกระทั่งสภาคองเกรสของอเมริกันจะออกมายับยั้งและเสนอทางออกที่เพนตากอนมีส่วนในการโจมตีและทิ้งระเบิดในเยเมน…

การโจมตีด้วยระเบิดทางอากาศลงในพื้นที่สำคัญทั้งโรงพยาบาล ถนน สะพาน ศูนย์พักพิงผู้อพยพทำให้ รพ.ต้องขาดยาและเวชภัณฑ์ในการช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยจากการระเบิด ระบบกรองน้ำสะอาดถูกทำลาย จนกระทั่งผู้ประสานงานด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติเจมี แม็คโกลดริค ได้ให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทม์, บีบีซี ถึงการหันหน้าเข้าเจรจากันอย่างสันติ วิธีการทางทหารไม่สามารถจะแก้ปัญหาให้สงครามยุติลงได้ ควรให้เสียงปืนเงียบลง หยุดยิงแก่งแย่งอำนาจกันเพื่อจะให้หาอาหารและยารักษาโรคให้ประชาชนที่บริสุทธิ์ให้เขาได้มีชีวิตอยู่รอด…

ในสังคมสยามหรือไทยเราก็มีการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งอำนาจและผลประโยชน์ของบ้านเมืองมีมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลผ่านมาหลายปี คำพูดหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้กล่าวในรายการโทรทัศน์ที่ได้ยุติรายการศาสตร์พระราชา เป็นวันศุกร์สุดท้ายเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2562

โดยเริ่มออกอากาศทุกคืนวันศุกร์หลังรัฐประหาร เริ่มครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559 ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ตอนหนึ่งว่า “คนไทยทุกช่วงวัยทุกอาชีพ ทั้งเด็ก เยาวชน คนทำงาน ผู้สูงอายุ ต้องมีความรักสามัคคีกัน ศรัทธาในสิ่งที่ถูกต้องด้วยความรู้ และคุณธรรม โดยพิทักษ์รักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของเราต่อไป เพื่อดำรงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งมีมาอย่างยาวนานกว่า 1,400 ปี ทำให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเหมาะสม เพราะวันนี้ยังมีคลื่นใต้น้ำที่นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อบ้านเมือง ซึ่งอาจเกิดจากความไม่รู้หรือไม่เจตนา…” (thaipost.net)

สังคมไทยเราได้ผ่านยุคสุโขทัย อยุธยา มาถึงรัตนโกสินทร์ที่มีพระราชาพระมหากษัตริย์ปกครองประเทศมาถึงรัชกาลที่ 10 ซึ่งจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม พ.ศ.2562 โดยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ใช้ชื่องานเป็นภาษาไทยว่า “งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 หรือ The Coronation of King Rama X” เราท่านเหล่าพสกนิกรไทยทุกๆ คนต่างปีติยินดีที่ได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยที่ได้มีคุณูปการกับสังคมไทยมาทั้งในยามบ้านเมืองอยู่ในภาวะปกติและภาวะวิกฤตของบ้านเมือง…

ขอย้อนไปในสมัยของบ้านเมืองผู้เขียนในสมัยเด็กๆ ที่ได้รับรู้เหตุบ้านการเมืองของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ในสมัยนั้นมีการประท้วงของนักศึกษาที่จุดเริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐบาลที่นำโดยจอมพลถนอม กิตติขจร จอมพลประภาส จารุเสถียร และ พ.อ.ณรงค์ กิตติขจร วาทกรรมหนึ่งที่มีชื่อเรียกก็คือเผด็จการทหาร มีการร่างรัฐธรรมนูญไทยที่เรียกว่า “สภาสนามม้า” มีการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยจากนักศึกษาและประชาชนมากกว่า 5 แสนคน จนนำไปสู่การใช้กำลังทหารและมีการใช้อาวุธสงครามเข้าปราบปรามทำให้ประชาชน นักศึกษาได้รับบาดเจ็บและล้มตายและสูญหาย จนกระทั่งจอมพลถนอม กิตติขจร ได้ขอลี้ภัยไปยังสหรัฐ หลังจากนั้นก็ต่อไปยังประเทศสิงคโปร์ เหตุการณ์ของบ้านเมืองในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จย่า พระองค์ท่านได้มีพระราชดำรัสในรายการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เหตุการณ์จึงคลี่คลายไปด้วยบุญบารมีของพระองค์ท่าน…


เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ.2535 มีการปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เจ้าของวลี “ไม่มีปัญหา No Problem” พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (ได้รับคำเรียกจากสื่อมวลชนที่ว่า เสียสัตย์เพื่อชาติ) มีการชุมนุมประท้วงที่มีข้ออ้างที่ว่ารัฐธรรมนูญมีความไม่เป็นประชาธิปไตย มีวาทกรรมหนึ่งเรียกพรรคเทพ-พรรคมารและมีการเผาสถานที่ราชการ จนกระทั่งทหารเข้าปราบปรามประชาชนจนกระทั่งได้รับบาดเจ็บและล้มตาย จนกระทั่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้รับสั่งให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำในการประท้วงเข้าเฝ้าฯ โดยพระองค์ท่านได้ให้สติมีพระราชดำรัสตอนหนึ่ง “ขอให้โดยเฉพาะสองท่านคือ พล.อ.สุจินดา และ พล.ต.จำลอง ช่วยกันคิดคือหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เผชิญหน้ากันเพราะว่าเป็นประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากันไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่า บ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรง มันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนทั้งประเทศ ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วก็จะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะเวลาอยู่บนกองซากปรักหักพัง…”

หลังจากนั้นนายอานันท์ ปันยารชุน ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นคนต่อมา…

วันเวลาผ่านมาไม่นานเมืองไทยเราก็ต้องประสบกับปัญหาฟองสบู่แตกหรือวิกฤตทางเศรษฐกิจการเงินในเอเชียในปี พ.ศ.2540 หรือบางคนเรียกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง หรือค่าเงินบาทลดลง เมืองไทยเราประสบหนี้สาธารณะซึ่งอาจจะทำให้ประเทศชาติเกือบล้มละลาย ทำให้รัฐบาลต้องกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เนื่องด้วยเมืองไทยเราในขณะนั้นมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด มีหนี้ต่างประเทศ การลงทุนเกินตัวระบบฟองสบู่ในธุรกิจ มีการโจมตีค่าเงินบาท โดยต้องกู้เงินมาเพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเงินในประเทศ ในขณะนั้นมีหลายธุรกิจต้องล้มละลาย มีนักธุรกิจบางคนต้องฆ่าตัวตาย นโยบายจากรัฐบาลหลังจากนั้นมีการจำกัดจำนวนของความเป็นข้าราชการก็เริ่มลดน้อยลงไป ในครั้งนั้นหลักการหนึ่งที่ช่วยในการแก้ปัญหาชาติบ้านเมืองก็คือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

การปฏิวัติรัฐประหาร พ.ศ.2549 ในวันที่ 19 กันยายน 2549 ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ด้วยเหตุของการทุจริต คอร์รัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจในทางมิชอบ การละเมิดจริยธรรมของผู้นำประเทศ การแทรกแซงการตรวจสอบ มีข้อผิดพลาดเชิงนโยบายและการละเมิดสิทธิเสรีภาพ รวมถึงการทำลายความสามัคคีของคนในชาติ ทักษิณ ชินวัตร มีคดีความที่อยู่ในการพิจารณาของศาล ต้องอาศัยอยู่ในต่างประเทศไม่สามารถกลับเข้ามาเมืองไทยได้จนทุกวันนี้ การเมืองที่ผ่านมามีนักการเมืองบางคนประกาศว่าจะนำทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน วาทกรรมความขัดแย้งกันมีการแบ่งขั้วสีแดง-เหลือง นปช.-พันธมิตร เผด็จการ-ประชาธิปไตย…

การเลือกตั้งของสังคมไทยเราที่ผ่านมาไม่นานนี้ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 ในช่วงของการหาเสียงของพรรคการเมืองบางพรรค นักการเมืองบางคนวาทกรรมที่กล่าวพูดทั้งบนเวทีและที่สาธารณะทั่วไปต่างมีการให้คำมั่นสัญญา มีการร้องเรียนกล่าวร้ายให้ร้ายฝ่ายตรงกันข้าม การตัดสินยุบพรรคการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญคำวินิจฉัยหนึ่งก็คือ “เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์” กรรมการพรรคถูกสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี การเลือกตั้งในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนผู้คนทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการใช้สิทธิลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง 17 มีนาคม 2562 มีผู้คนต่อแถว ตรวจรายชื่อเพื่อได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง บางจังหวัดมีการจราจรรถติดในหลายกิโลเมตร

หลังการเลือกตั้ง สภาพปัญหา กระบวนการ วิธีการให้ได้มาซึ่งคะแนนที่สุจริต เที่ยงธรรม ยังคงเป็นคำอธิบายและคำถามทั้งจากฝ่ายที่ต้องรักษาสิทธิเสียงของคะแนน และองค์กรที่ต้องทำหน้าที่เสมือนกรรมการบนเวทีมวยที่นักมวยได้ชกต่อยกัน สายตาของกรรมการที่จะบอกกล่าวว่าฝ่ายใดแพ้ชนะกับสายตาผู้ที่ชมดูอยู่ด้านล่างเวทีอาจจะทำให้มุมมองการเห็นที่แตกต่างกัน เทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือที่บุคคล หน่วยงานที่เข้าสังเกตการณ์ได้ทำการบันทึก ก็จะเป็นประจักษ์พยานหลักฐานหนึ่ง การตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อถอดถอน กกต.ของเหล่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยยังคงเป็นบริบทหนึ่งอาจจะมีคำถามที่ว่า เป็นปัจจัยหนึ่งหรือไม่ในความขัดแย้งในอนาคต…

คำถามหนึ่งที่มิอาจจักได้รับคำตอบก็คือ เมืองไทยเราในวันนี้ไม่เหมือนเดิมใช่หรือไม่ นักการเมือง พรรคการเมือง ประชาชนชาวบ้านยังคงมีความคิด ความเชื่อ ความรู้ที่แตกต่างหรืออาจจะสร้างความแตกแยกของชาติบ้านเมืองในวันข้างหน้าเสมือนบางประเทศหรือไม่ วัยรุ่นหนุ่มสาวยุคนี้เป็นความหวังของชาติบ้านเมืองในวันข้างหน้า อนาคตใหม่กำลังมา อนาคตเก่ากำลังจะหมดไป อะไร สิ่งใดที่สมานฉันท์ช่องว่างระหว่างวัยของคนรุ่นเก่า-ใหม่ให้นำชาติบ้านเมืองไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนได้ตลอดไป

สิ่งศักดิ์สิทธิ์หนึ่งก็คือพระสยามเทวาธิราช พระองค์ท่านปรารถนาให้คนไทยเรารักกัน ช่วยเหลือกันทั้งในยามวิกฤตและสถานการณ์ปกติ เราท่านต่างสาธุการกันถ้วนหน้าแล…

เฉลิมพล พลมุข

บทความก่อนหน้านี้ภาพประทับใจ! สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานปริญญาบัตร บัณฑิตนั่งวีลแชร์
บทความถัดไปเมาธ์หนัก ต้น อาชว์ หวานใจ แต้ว ณฐพร ย่องเงียบแจกการ์ดแต่งงาน