สมมุติฐานหนึ่งซึ่งกำลังได้รับความสนใจ “ร่วม” เป็นอย่างสูงในทางการเมือง คือ อายุของรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม จะอยู่ไม่ยาวนานเท่าใดนัก
แน่นอนย่อมเป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แม้จะมีการก่อรูปเป็น “พันธมิตร” ใน “แนวร่วม” หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม
แต่หากดูจาก “รัฐธรรมนูญ” มีความเป็นไปได้น้อย
ที่ว่าเป็นไปได้น้อย คือความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่และพันธมิตรจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล
ยิ่งท่าทีของ “กกต.” ยิ่งทำให้เห็นในความเป็นไปไม่ได้เด่นชัดขึ้น
ความเป็นไปได้ที่เห็นและเป็นอยู่จึงย่อมเป็นความเป็นไปได้ที่พรรคพลังประชารัฐจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทั้งๆ ที่เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เหตุใดจึงไม่ยาวนาน
ความน่าสนใจก็คือ บทสรุปในเรื่องอายุที่ไม่ยาวนานของรัฐบาลหากออกมาจากพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ หรือแม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทย
อาจจะไม่มีน้ำหนักมากนักในสังคม
หากแต่เมื่อเป็นการเตือนของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ภายในพรรคพลังประชารัฐที่ว่า “ขอให้ทุกคนตั้งสมมุติฐานว่ารัฐบาลที่กำลังจะตั้งขึ้นอาจอยู่ได้ไม่นาน”
จึงน่าเชื่อถือเป็นอย่างสูง
เพราะ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และเพราะ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีใน ครม.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ย่อมจะถือได้ว่าเป็นข้อมูล “ภายใน”
ขณะเดียวกัน ย่อมจะถือได้ว่าเป็นภายในทั้งผ่านพรรคพลังประชารัฐ และเป็นภายในทั้งที่มีความแนบแน่นอยู่กับ คสช.
เมื่อประสานกับสภาพความเป็นจริง ยิ่งโป๊ะเชะ
สภาพความเป็นจริง 1 คือผลการเลือกตั้งที่สะท้อนสภาวะก้ำกึ่งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ แม้พรรคเพื่อไทยจะได้ 137 พรรคพลังประชารัฐจะได้ 116
แต่ปริมาณก็ไม่ห่างกันมากนัก
ความเป็นไปได้ที่พรรคพลังประชารัฐจะดึงพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนารวมถึงบางส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม
แต่จำนวนระหว่างทั้ง 2 ก็ยังก้ำกึ่ง ไม่ทิ้งห่างมากนัก
ขณะเดียวกัน 1 ด้วยปัจจัยจากผลการเลือกตั้งเช่นนี้แม้พรรคพลังประชารัฐจะจัดตั้งรัฐบาลได้โดยการยกมือให้ของ 250 ส.ว.แต่ก็ต้องยอมรับในสภาพของรัฐบาลผสมจากหลายพรรคการเมือง
เมื่อองค์ประกอบหลายพรรคก็เท่ากับหลายมุ้ง
ลักษณะหลายมุ้ง หลายพรรคการเมืองเช่นนี้เมื่อดำรงอยู่บนฐานที่คะแนนเสียงก้ำกึ่งกันและมีการต่อรองประโยชน์ร้อนแรงเป็นอย่างยิ่ง
จึงยากยิ่งที่รัฐบาลเช่นนี้จะมีเสถียรภาพและยั่งยืน
มีความเชื่อของบางฝ่ายถึงกับฟันธงว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่น่าจะก้าวพ้นไปเกินจากเดือนกันยายน 2562
ปัจจัยชี้ขาดคือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ
หากรัฐบาลไม่สามารถผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ นั่นหมายถึงทางเลือก 2 ทาง 1 ลาออก และ 1 คือยุบสภา
เป็นไปได้ว่าหนทาง “ยุบสภา” จะมีสูงอย่างสูงยิ่ง

