สถานีคิด : ต่ำ7หมื่นได้ส.ส.? : โดย นฤตย์ เสกธีระ

16.04.19 | 13:13 น.

ในที่สุดการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อก็กลายเป็นประเด็นที่ กกต.ตัดสินใจส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ปมสำคัญที่ร้องขอให้ช่วยคือ พรรคที่ได้คะแนนต่ำกว่า 71,000 เสียงจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยไหม?

ขอออกตัวว่า ความรู้ด้านกฎหมายมีน้อย ยิ่งความรู้ด้านคำนวณยิ่งน้อยใหญ่

แต่หากไล่เรียงความเป็นมาเป็นไปของการจัดการเลือกตั้งก็พอจะเข้าอกเข้าใจหัวอกของฝ่ายที่โวย สูตรของ กกต. และ กรธ.

เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงที่ กรธ.ร่างขึ้นมานี้ มีเจตนาจะให้คุณค่ากับทุกเสียงที่ประชาชนไปโหวตเลือกตั้ง

Advertisement

รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้นับทุกคะแนนเสียงเพื่อนำไปคำนวณเป็นตัวแทนประชาชน

แต่ ส.ส.ที่กำหนดไว้มีแค่ 500 คน และการเลือกตั้งก็แบ่งเป็น ส.ส.เขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

รัฐธรรมนูญก็กำหนดให้เลือกตั้ง ส.ส.เขต 350 ที่นั่ง เหลืออีก 150 ที่นั่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 ที่นั่งก็เอาคะแนนทุกคะแนนที่ประชาชนโหวตนั่นแหละมาคิดคำนวณ

ประเด็นคือ แล้วจะคิดคำนวณอย่างไร?

รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีจำนวนที่ ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค

ใช้บัตรดีไปหารด้วย 500 ได้จำนวน ส.ส.พึงมีเบื้องต้น ซึ่งการเลือกตั้งคราวนี้กำหนดไว้ 71,000 เสียง

ดังนั้น ถ้า กกต.และ กรธ.เห็นว่าพรรคที่ได้เสียงสนับสนุนต่ำกว่า 71,000 เสียงต้องไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ทุกอย่างก็จบ

แต่เมื่อ กกต.หารือกับ กรธ.เห็นว่า พรรคที่ได้เสียงต่ำกว่า 71,000 เสียงก็จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยตามการคำนวณแบบเศษส่วน

กระทั่งปรากฏเป็นข่าวว่า พรรคที่มีเสียงรวมกันทั้งประเทศแล้วมี 3 หมื่นกว่าๆ คะแนนก็ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย

ทำให้พรรคที่ต้องใช้เกณฑ์ 71,000 เสียงโวยขึ้นมา

เพราะเสียง 71,000 เสียงแล้วได้ ส.ส. 1 คน กับเสียง 3 หมื่นเสียงแล้วได้ ส.ส. 1 คนนั้นมันต่างกันเกินไป

แม้จะมีคำชี้แจงเปรียบเทียบกับ ส.ส.เขตว่า บางเขต ส.ส.ที่ชนะได้คะแนนสูง บางเขตได้คะแนนต่ำ ยังได้

ทำไม ส.ส.บัญชีรายชื่อจึงมีเสียงต่ำกันแบบนี้ไม่ได้

คำตอบก็คือ ส.ส.เขตเขาวัดกันที่ใครได้คะแนนมากกว่า แต่ ส.ส.บัญชีรายชื่อเขาวัดกันที่ ส.ส.ที่พึงมี

ดังนั้น เกณฑ์วัด ส.ส.พึงมีควรจะเป็นเกณฑ์ที่เท่ากันทุกพรรค

จะใช้เกณฑ์ที่ 71,000 เสียงก็ใช้ให้เท่ากัน

จะใช้เกณฑ์ 3 หมื่นก็ใช้ให้เท่ากัน

เรื่องเช่นนี้ฟังความมาจากฝ่ายไม่เห็นด้วยกับ กกต. และ กรธ.นะ

ส่วนสุดท้ายการคำนวณจะลงเอยอย่างไรคงต้องรอติดตามผลการตีความ

แต่ทั้งนี้เชื่อว่าทุกขั้นตอนที่จะดำเนินการ ต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

นั่นคือ “สุจริต และเที่ยงธรรม”

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]