หน้าแรก คอลัมนิสต์ ไม่หยุดฝัน โด...

ไม่หยุดฝัน โดย ปราปต์ บุนปาน

23.05.16 | 15:05 น.

นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยชวดโอกาสเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งที่สามติดต่อกัน

ทั้งๆ ที่ในปี 2012 และ 2016 หลายฝ่ายเชื่อว่าทีมไทยมีความพร้อม มีความสมบูรณ์ และมีประสบการณ์สุกงอมถึงขีดสุด

ทว่า สุดท้าย ทีมสาวไทยก็ยังเดินทางไปไม่ถึงฝั่งฝัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม

การพลาดหวังหนล่าสุด ณ ประเทศญี่ปุ่น จะส่งผลให้นักวอลเลย์บอลที่ถือเป็น “โกลเด้น เจเนอเรชั่น” ของทีมชาติไทย ซึ่งมีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 3 กันเกือบหมดแล้ว

ไม่มีโอกาสที่จะลงแข่งขันในสังเวียนโอลิมปิก แม้เพียงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

Advertisement

กรณีเช่นนี้ ทำให้นึกถึงนักฟุตบอลญี่ปุ่น ผู้มีนามว่า “คาซึโยชิ มิอุระ”

มิอุระเป็นนักฟุตบอลที่โด่งดังที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษ 1990

เขาเป็นทั้ง “ผลผลิต” และหนึ่งใน “แบบอย่าง” ของความใฝ่ฝันทะเยอทะยานที่จะนำพาญี่ปุ่นไปสัมผัสกับความศิวิไลซ์แห่งโลกกีฬาลูกหนัง

ในช่วงวัยรุ่น มิอุระตัดสินใจข้ามน้ำข้ามทะเลไปเริ่มต้นเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่บราซิล

เขาเคี่ยวกรำตนเองที่อเมริกาใต้อยู่ 7 ปี ก่อนจะกลับมายังประเทศบ้านเกิด พร้อมการถือกำเนิดขึ้นของฟุตบอลอาชีพ “เจลีก”

จากนั้น มิอุระมีโอกาสเดินทางไปค้าแข้งกับสโมสรเจนัว ในฐานะนักฟุตบอลอาชีพชาวญี่ปุ่นคนแรกในกัลโช่ เซเรียอา อิตาลี แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จมากนัก

ตรงกันข้ามกับสภาพการณ์ในญี่ปุ่น ที่มิอุระมีสถานะประหนึ่ง “ราชาแห่งวงการฟุตบอล”

ทั้งเพราะการเป็นซุปเปอร์สตาร์ลูกหนังคนแรกของประเทศ, การผงาดขึ้นมาเป็นดาวเด่นในยุคตั้งไข่ของเจลีก รวมถึงการเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกสุดผู้ได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งทวีปเอเชีย

อย่างไรก็ตาม โชคชะตากลับเล่นตลก ให้มิอุระกลายเป็นหนึ่งในยอดนักเตะที่ไม่เคยได้สัมผัสการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

ในยุคที่เจ้าตัวแข็งแกร่งถึงขีดสุด ทีมชาติญี่ปุ่นกลับพลาดโอกาสไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเมื่อปี 1994 เพราะผลต่างประตูได้เสียเป็นรองทีมชาติเกาหลีใต้ ที่ได้สิทธิไปสหรัฐอเมริกา ด้วยฐานะทีมอันดับสองโซนเอเชีย

ในรอบคัดเลือกของฟุตบอลโลก 1998 มิอุระโชว์ฟอร์มช่วงต้นได้ดี แต่มาแผ่วปลาย กระทั่งต้องหลุดออกจากทีมชุดที่เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ฝรั่งเศส

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีชื่อเสียงเรียงนามของมิอุระปรากฏอยู่ใน “ประวัติศาสตร์หน้าแรก” ที่ทีมชาติญี่ปุ่นได้เดินลงสู่สนามการฟาดแข้งของฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

อย่างไรก็ดี ชีวิตนักฟุตบอลของมิอุระกลับมิได้ปิดฉากลงด้วยความเศร้าสร้อย โดยไร้ซึ่งความหวังและความใฝ่ฝันใดๆ

เพราะปัจจุบัน มิอุระในวัย 49 ปี ยังคงค้าแข้งกับสโมสรโยโกฮาม่า เอฟซี ทีมระดับดิวิชั่นสองของญี่ปุ่น

ด้วยสถานะดังกล่าว เขาได้เขียน “ประวัติศาสตร์หน้าใหม่” ขึ้นอีกหลายหน้า ทั้งการเป็นนักฟุตบอลที่อายุมากที่สุด ซึ่งยิงประตูได้ในลีกญี่ปุ่น, การเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่มีอายุมากที่สุดในญี่ปุ่น

และสื่อต่างประเทศหลายสำนักคาดการณ์ว่า เขาน่าจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่มีอายุมากที่สุดของโลกในยุคปัจจุบัน

คาซึโยชิ มิอุระ เคยล้มเหลวกับ “ภารกิจสำคัญ” จำนวนหนึ่งในชีวิต

แต่เขาก็แสดงให้เห็นว่า “ภารกิจสำคัญ” ในชีวิตมนุษย์นั้นไม่ได้มีอยู่เพียงหนึ่งเดียว ในช่วงเวลาเดียว หากดำรงอยู่อย่างเป็นกระบวนการต่อเนื่อง ไร้จุดสิ้นสุด

การพลาดโอกาสในสถานการณ์หนึ่ง จึงมิได้หมายความว่า เราจะล้มเหลวในอีกสถานการณ์หนึ่งเสมอไป

นี่คือ “ความหวัง” และ “ความฝัน” ที่มิอุระส่งมอบมาถึงนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ตลอดจนผู้คนจำนวนมาก ซึ่งกำลังต่อสู้เพื่อ “ความจริง ความงาม ความดี” แบบอื่นๆ นอกสนามกีฬา