หน้าแรก คอลัมนิสต์ หรือมีทางเลือ...

หรือมีทางเลือกอื่นหลังวันที่ 9 พฤษภาคม 2562? : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

19.04.19 | 13:33 น.

ขณะอยู่ระหว่างรอการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 มีเรื่องร้องเรียนจากการเลือกตั้งครั้งนี้กว่า 300 เรื่อง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องพิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่
6 พฤษภาคม 2562 เพื่อจัดทำรายชื่อและประกาศผลให้เสร็จทันตามวันเวลาที่กำหนด

การประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเพื่อให้ทันกำหนดรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภานัดแรกต้องให้ได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร้อยละ 95 ของจำนวนทั้งหมด ตามกำหนดในมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ภายใน 15 วัน

ทั้งนี้ พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา และจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำรัฐพิธีเปิดประชุมสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรกด้วยพระองค์เอง หรือจะโปรดเกล้าฯ ให้พระรัชทายาทซึ่งทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้แทนพระองค์มาทำรัฐพิธีก็ได้

การเปิดสมัยประชุมรัฐสภาวาระแรก ผู้ที่จะเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาเป็นการชั่วคราว คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอายุมากที่สุด ณ ขณะนี้คือ นายชัย ชิดชอบ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย

เมื่อมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมรัฐสภา การประชุมนัดต่อไปคือการประชุมของแต่ละสภาเพื่อเลือกประธาน สภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา

Advertisement

เมื่อได้ประธานสภาผูแทนราษฎร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 159 กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

การเสนอชื่อต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

เบื้องต้นเมื่อมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว พรรคที่มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรคือพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา

การลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีตามรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสิทธิเสนอ วาระแรกตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 เป็นการกระทำร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งต้องมีคะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

กรณีแรกนี้ หากผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วมีปัญหาไม่ว่าด้วยกรณีใด เช่นกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับการเสนอชื่อ แต่มีปัญหาเรื่องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การเสนอชื่อนั้นต้องตกไปหรือไม่ หากตกไป ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคอื่นอาจมีคะแนนไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ทั้งสองสภา การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีต้องเดินหน้าไปสู่การขอยกเว้นด้วยมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้

เมื่อนั้นจึงให้ดำเนินการต่อไปเพื่อพิจารณาเห็นชอบจะเสนอชื่อผู้ที่อยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองแจ้งไว้หรือไม่ก็ได้ หมายถึงเสนอชื่อที่นอกจากนั้น หรือเสนอชื่อผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ กระนั้นใช่ไหม

ระหว่างนี้พรรคการเมืองทุกพรรคที่มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีต้องตกลงกันให้ได้ว่าจะร่วมกับพรรคใดจัดตั้งรัฐบาล-ครั้งที่สอง มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีทางเลือกอื่น !!!???