จากกรณีเกิดเหตุ ญาติ เพื่อน พรรคพวกของผู้ป่วย บุกเข้าไปในโรงพยาบาล กดดันการทำงานของแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่คู่กรณีในการวิวาท ติดตามเข้าไปก่อการวิวาทต่อในโรงพยาบาล หลังจากคู่กรณีอีกฝ่ายบาดเจ็บ ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล กลายเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ จนน่าห่วงว่า จะทำให้โรงพยาบาล กลายเป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัย นอกจากกระทบการทำงานของเจ้าหน้าที่แล้ว ยังกระทบต่อสวัสดิภาพของผู้ป่วยรายอื่นๆ ด้วย
ล่าสุดเมื่อ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดการชกต่อยหน้าห้องฉุกเฉินที่โรงพยาบาลห้วยแถลง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ทราบว่าโรงพยาบาลเตรียมดำเนินคดีผู้ก่อเหตุแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องการทะเลาะวิวาทและบุกเข้าไปทำร้ายกันในโรงพยาบาลนั้นมีอย่างต่อเนื่อง ตนเป็นห่วงทั้งเจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยคนอื่นๆ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์มีคนเมาสุราจำนวนมาก ได้กำชับ รพ.ทุกแห่ง นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ยา เวชภัณฑ์เพื่อดูแลการเจ็บป่วยอุบัติเหตุทางถนนแล้ว ก็ให้บุคลากรเพิ่มความระมัดระวังการทะเลาะวิวาทในพื้นที่โรงพยาบาลด้วย
ปลัดกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า กระทรวงมีมาตรการกั้นพื้นที่ห้องฉุกเฉิน ให้เข้าได้เฉพาะเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ผู้ไม่เกี่ยวข้องจะต้องอยู่ภายนอก หลายแห่งทำได้ดี มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาดูแลห้องฉุกเฉิน และประสานตำรวจมาดูแลสอดส่องเป็นระยะ สำหรับช่วงสงกรานต์นั้นแต่ละโรงพยาบาลเตรียมความพร้อมดูแลผู้ป่วยเต็มที่ มีการเพิ่มบุคลากร และสำรองยา เวชภัณฑ์ต่างๆ หากประชาชนเจ็บป่วยไม่ฉุกเฉิน หรือผู้ป่วยนัดหมายขอให้มาตามเวลาปกติ ตามนัดหมาย หากเจ็บป่วยฉุกเฉินถึงแก่ชีวิตสามารถเข้ารับบริการได้ทุกเวลา
การก่อความรุนแรงในโรงพยาบาล เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันป้องกัน และหาทางสร้างความเข้าใจ เพื่อมิให้เรื่องทำนองเดียวกันนี้เกิดขึ้นมาอีก การใช้กำลังเจ้าหน้าที่ดูแลอาจช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่การป้องกันน่าจะเกิดผลดีกว่า ทั้งการสร้างความเข้าใจต่อสังคมในวงกว้างให้ร่วมกันต่อต้าน และการใช้กฎหมายดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุในโรงพยาบาลอย่างตรงไปตรงมาและตามสมควร อาจจะเป็นทางออกที่ได้ผลในระยะยาว

