หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ: ตุ๊กตาเสียกระบาน ไม่ใช่ตุ๊กตาคอหัก บุญกลางบ้าน อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี

23.05.16 | 21:34 น.
กระทงกาบกล้วยใส่เครื่องสะเดาะเคราะห์ เช่น ข้าวดำ ข้าวแดง เครื่องกับข้าว น้ำ ธูป เทียน

เช้าตรู่วันอาทิตย์ 22 พฤษภาคม 2559 ผมไปงานบุญกลางบ้าน มีที่โรงเรียนวัดหน้าพระธาตุ อยู่ในเขตเมืองพระรถ (ยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000) อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี
เพราะชาวบ้านบอกว่าแต่เดิมเป็นบริเวณเนินสูงกลางหมู่บ้าน (ก่อนสร้างโรงเรียน)
ของสำคัญบุญกลางบ้านที่คนไปร่วมต้องถือไปด้วย คือ กระทงกาบกล้วยรูปสี่เหลี่ยม ใบตองรองพื้น แต่ทำรูปสามเหลี่ยมก็ได้ตามถนัด แล้วมีห้องกั้นเล็กๆ ใส่ของ สำหรับใส่เครื่องสะเดาะเคราะห์ให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ
ห้องต่างๆ ใส่เครื่องเซ่น เช่น อาหารคาวหวาน, ข้าวขาว, ข้าวดำ, ข้าวแดง ฯลฯ ที่สำคัญคือปั้นดินเหนียวรูปคนและสัตว์ เช่น วัว, ควาย ที่มีในครอบครัวเป็นตัวแทนของครอบครัวนั้นๆ ทุกวันนี้เมื่อไม่เลี้ยงวัวควาย แต่เลี้ยงสัตว์อื่น ก็ปั้นสัตว์นั้นแทน เช่น แมว, หมา, หมู, กระต่าย ฯลฯ
ปัจจุบันถ้าหาดินเหนียวไม่ได้ หรือไม่อยากเลอะมือปั้น ก็ใช้ดินน้ำมัน หรือซื้อตุ๊กตาสำเร็จรูป

ภาพชุดโดย นราธิป ทองถนอม

บุญกลางบ้าน พนัสนิคม

บุญกลางบ้าน ต. เนินพระธาตุ อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559
บุญกลางบ้าน ต. เนินพระธาตุ อ. พนัสนิคม จ. ชลบุรี เมื่อเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2559
กระทงกาบกล้วยใส่เครื่องสะเดาะเคราะห์ เช่น ข้าวดำ ข้าวแดง เครื่องกับข้าว น้ำ ธูป เทียน
กระทงกาบกล้วยใส่เครื่องสะเดาะเคราะห์ เช่น ข้าวดำ ข้าวแดง เครื่องกับข้าว น้ำ ธูป เทียน
ชาวบ้านฟังพระสวดมนต์ แล้วฉันเช้า โดยมีผู้ใหญ่บ้านตีฆ้องสัญญาณ
ชาวบ้านฟังพระสวดมนต์ แล้วฉันเช้า โดยมีผู้ใหญ่บ้านตีฆ้องสัญญาณ

บุญกลางบ้าน พนัสนิคม

ชาวบ้านจุดเทียนใส่กระทงสะเดาะเคราะห์
ชาวบ้านจุดเทียนใส่กระทงสะเดาะเคราะห์
พระสงฆ์ราดน้ำมนต์ใส่กระทงสะเดาะเคราะห์
พระสงฆ์ราดน้ำมนต์ใส่กระทงสะเดาะเคราะห์
ชาวบ้านกินข้าวร่วมกันหลังเสร็จพิธี
ชาวบ้านกินข้าวร่วมกันหลังเสร็จพิธี

บุญกลางบ้าน

บุญกลางบ้าน ปัจจุบันหมายถึง ทำบุญเลี้ยงพระกลางหมู่บ้านเพื่อสะเดาะเคราะห์ เดือน 6 (ราวพฤษภาคม)
กำหนดเวลาไม่ตายตัว โดยขึ้นกับหมู่บ้านจะนัดหมายกัน เพราะเป็นงานเฉพาะชุมชนหมู่บ้าน
เช้า นิมนต์พระสงฆ์สวดมนต์ฉันเช้า เสร็จแล้วเอากระทงเครื่องเซ่นไปพลีไว้ที่ใดที่หนึ่งของหมู่บ้าน เช่น ทางสามแพร่ง ฯลฯ

Advertisement

เลี้ยงผีบ้าน

บุญกลางบ้าน มีต้นเค้าหรือรากเหง้าเก่าแก่จากพิธีเลี้ยงผีบ้านบริเวณลานกลางบ้าน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนยุคแรกเริ่มมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว (ก่อนรับศาสนาจากอินเดีย) เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บจากผีร้ายและการกระทำต่างๆ จากผีเลว
ผีบ้าน หมายถึงผีบรรพชนเจ้าที่ คอยปกป้องคุ้มครองชุมชนหมู่บ้าน
บ้าน ยุคดั้งเดิมหมายถึงหมู่บ้าน, ชุมชน ตรงกับ village, community
เรือน หมายถึงที่อยู่อาศัยเป็นหลังๆ ตรงกับ house, home แต่ละหลังมีผีเรือน คือ ผีบรรพชนของตระกูล หรือครอบครัวนั้นๆ

ลานกลางบ้าน

ลานกลางบ้านยุคดึกดำบรรพ์ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผี เป็นที่ฝังศพของตระกูลหมอมด, หมอผี, หัวหน้าเผ่า

ที่ฝังศพ

ที่ฝังศพของหัวหน้าเผ่า ซึ่งเป็นหมอมด, หมอผี อยู่ลานกลางบ้าน บางทีอยู่ใต้ถุนเรือนของใครของมัน
ตัวอย่างสำคัญเป็นพยาน ได้แก่ บ้านเชียง (จ. อุดรธานี) นักโบราณคดีขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ มีเครื่องมือเครื่องใช้ และเครื่องประดับจำนวนมากฝังรวมด้วย ล้วนเป็นของ มีค่าในยุคนั้น และทำด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น สำริด, เหล็ก อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว
โครงกระดูกเหล่านี้เป็นของตระกูลหมอมด, หมอผี, หัวหน้าเผ่า เพราะคนทั่วไปไม่มีสมบัติมากอย่างนั้น และไม่มีพลังขุดหลุมฝังศพ เพราะไม่มีบริวาร ต้องทิ้งศพไว้ในป่าดงให้แร้งกากิน
ที่ฝังศพยุคดึกดำบรรพ์ไม่เรียกป่าช้าสถานที่น่ารังเกียจเหมือนปัจจุบัน เพราะแนวคิดเกี่ยวกับคนตายต่างจากปัจจุบัน

ควายดินเผา 2,000 ปีมาแล้ว ขุดพบที่บ้านใหม่ชัยมงคล ใกล้เมืองจันเสน ต. จันเสน อ. ตาคลี จ. นครสวรรค์
ควายดินเผา 2,000 ปีมาแล้ว ขุดพบที่บ้านใหม่ชัยมงคล ใกล้เมืองจันเสน ต. จันเสน อ. ตาคลี จ. นครสวรรค์
วัวดินเผา อายุราว 1,000 ปีมาแล้ว พบที่บ้านโนนหมากลา จ. ลพบุรี
วัวดินเผา อายุราว 1,000 ปีมาแล้ว พบที่บ้านโนนหมากลา จ. ลพบุรี
ควายดินเผา ขุดพบในหลุมศพ ราว 2,500 ปีมาแล้ว บ้านนาดี อ. หนองหาน จ. อุดรธานี
ควายดินเผา ขุดพบในหลุมศพ ราว 2,500 ปีมาแล้ว บ้านนาดี อ. หนองหาน จ. อุดรธานี
วัวดินเผา พบที่บ้านพุน้อย จ. ลพบุรี
วัวดินเผา พบที่บ้านพุน้อย จ. ลพบุรี
 วัวดินเผา อายุราว 1,000 ปีมาแล้ว พบบริเวณที่ราบสูงโคราช จ. นครราชสีมา
วัวดินเผา อายุราว 1,000 ปีมาแล้ว พบบริเวณที่ราบสูงโคราช จ. นครราชสีมา

ตุ๊กตาเสียกะบาน ไม่ใช่ตุ๊กตาคอหัก

ตุ๊กตาเสียกะบาน เป็นความเชื่อในศาสนาผีเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ก่อนรับศาสนาพราหมณ์-พุทธจากอินเดีย หรือก่อน พ.ศ. 1000
เก่าสุดเท่าที่พบขณะนี้ทำด้วยดินเผา มีขนาดเล็กๆ ทั้งรูปคน, สัตว์ ราว 2,000 ปีมาแล้ว และอายุหลังลงมาพบจากการขุดค้นที่เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี)
[มีในบทความเรื่องประติมากรรมพื้นบ้านของอู่ทอง ของ เขียน ยิ้มศิริ (อดีตคณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร) พิมพ์ในหนังสือโบราณวิทยาเรื่องเมืองอู่ทอง (กรมศิลปากร รวบรวมจัดพิมพ์ เนื่องในงานเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2509 หน้า 61-70)]
ตุ๊กตาเสียกะบาน หมายถึงตุ๊กตาที่ใส่ลงกะบานผี พร้อมเครื่องเซ่นสังเวยในพิธีสะเดาะเคราะห์ ไปทิ้งตรงทางแยก, ตามโคนต้นไม้, ในป่าช้า ฯลฯ หรือลอยน้ำ (พจนานุกรม ฉบับมติชน พ.ศ. 2547 หน้า 379 และ 888)

ตุ๊กตา คือรูปปั้นขนาดเล็กทำจากดินเหนียว เป็นรูปคน, สัตว์, สิ่งของ ฯลฯ ที่เจ้าภาพหรือเจ้าบ้านต้องการสะเดาะเคราะห์ให้พ้นโรคภัยไข้เจ็บจากการกระทำของผีร้าย
เสีย แปลว่า ทิ้ง

กะบาน หมายถึง กระบะ หรือภาชนะเป็นสี่เหลี่ยมใส่เครื่องเซ่นสังเวย เรียก กะบานผี (บางทีเขียนปะปนเป็น กบาล หรือ กระบาน ก็มี)
ทุกวันนี้ยังทำเสียกะบาน (แต่บางแห่งเรียกกระทง) ใส่เครื่องเซ่นสังเวยโดยไม่มีตุ๊กตาวางไว้ตามที่ต่างๆ ทั้งในกัมพูชา, ลาว, และไทย
แต่ก่อนมักเขียนว่า ตุ๊กตาเสียกระบาล แล้วเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าหมายถึงตุ๊กตาคอหัก หรือพระดินเผาขนาดเล็กคอหักเหมือนตุ๊กตาที่ใช้ทำบุญใส่บาตรว่าตุ๊กตาเสียกระบาล โดยเชื่อว่าต้องทำให้เศียรพระหักหรือคอหักเสียก่อน เท่ากับเสียเคราะห์หรือฟาดเคราะห์

ในความจริงเหตุที่หักเพราะตรงลำคอของรูปปั้นหรือหินแกะสลัก เป็นส่วนเปราะบางที่สุด แม้ขนาดใหญ่แกะด้วยหินก็ชำรุดตรงคอทั้งนั้น มีหลักฐานมากมายตามเมืองโบราณ โดยเฉพาะที่เมืองพะเยา (จ. พะเยา) มีพระพุทธรูปหินทรายเศียรหักเกลื่อนกลาด

กระบาล แปลว่า หัว, กะโหลกของหัว (แผลงจากคำเขมรว่ากฺบาล) ไม่เกี่ยวกับเรื่องตุ๊กตาเสียกะบานในการสะเดาะเคราะห์ แต่เสียงพ้องกับคำว่ากะบานที่ถูกลืมความหมายไปแล้ว เลยเอามาปนกัน