รายงาน : ทางใหม่ การเมือง การเมือง แห่ง ‘อนาคต’ บนหนทาง รัฐสภา

1.05.19 | 13:00 น.

บรรยากาศหลังการเลือกตั้ง บรรยากาศที่ กกต.ถูกวิพากษ์วิจารณ์ บรรยากาศที่บรรดานักร้องอาศัยภาวะแข็งทื่อในทางกฎหมาย

มีการตั้งคำถามถึงผลที่จะตามมา

สถานการณ์อย่างนี้จะนำไปสู่ความไม่พอใจในแบบที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคยสำแดงออกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549 หรือไม่

เหมือนที่ นปช.เคยเคลื่อนไหวในปี 2553 หรือไม่

เหมือนที่หลายคนในพรรคประชาธิปัตย์ประกาศเดินออกจากรัฐสภาไปจัดตั้งม็อบในนาม กปปส.ในห้วงปลายปี 2556 ต่อต้นปี 2557 หรือไม่

Advertisement

นั่นก็คือ การเมืองบน “ท้องถนน”

และเพราะว่ามีการเสนอบทสรุปว่าด้วย “ซ้ายจัด ดัดจริต” ขึ้นมาพร้อมกับบทเพลง “หนักแผ่นดิน” ประสานเข้ากับความหงุดหงิดของบรรดาลุงๆ ป้าๆ

สายตาก็ทอดมองไปยัง “อนาคตใหม่”

ถามว่าบรรทัดฐาน “ซ้ายจัด” ไม่ว่าในสังคมโลก ไม่ว่าในสังคมไทย จะมองไปยังพรรคการเมืองใด จะมอง
ไปยังกลุ่มคนแบบไหน

คำตอบ คือ มองไปยัง “พรรคคอมมิวนิสต์”

กล่าวสำหรับบทเรียนของประเทศ
ไทย บทเรียนของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือที่เรียกย่อๆ ว่า “พคท.”

ก็จะต้องยอมรับว่า พคท.ปฏิเสธแนวทางต่อสู้ในทาง “รัฐสภา”

เช่นนั้นเอง พคท. จึงจัดตั้งกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย (ทปท.) ขึ้นดำเนินการต่อสู้ด้วยอาวุธภายใต้ยุทธศาสตร์ “ชนบทล้อมเมือง”

เป็นการเดินตามอนุสาสน์อันมาจากความสำเร็จของ “เหมา เจ๋อ ตง”

หากมองจากกรรมวิธีของพรรคอนาคตใหม่ก็จะเห็นจุดต่างอย่างสิ้นเชิง บทเรียนของพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มาจากจีน ไม่ได้มาจากเวียดนาม

ตรงกันข้าม มาจากทรูโด มาจากมาครง

ไม่ว่าจะมองจากบรรทัดฐาน “ซ้าย”
ในทางสากล ไม่ว่ามองจากบรรทัดฐานการเคลื่อนไหวของสังคมประเทศไทยในกาลอดีต

พรรคอนาคตใหม่มีความแจ่มชัด

พวกเขามิได้เป็นอย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พวกเขามิได้เป็นอย่างแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ

ทั้งยังแตกต่างไปจากที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สำแดงออกเมื่อปี 2556-2557 สิ้นเชิง

เมื่อเดือนมีนาคม 2561 พรรคอนาคตใหม่เผยแสดงตัวตนและดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผย ระดมทุน
ระดมสมาชิกด้วยกำลังความสามารถที่มี

เมื่อเดือนมีนาคม 2562 พรรคอนาคตใหม่ได้กว่า 6.2 ล้านคะแนนเสียง

เด่นชัดว่าพรรคอนาคตใหม่เดินหนทางรัฐสภา ต้องการพัฒนาพรรคไปบนพื้นฐานแห่ง “พรรคมวลชน”
อันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงไปจาก “พรรคสภา”

อาศัย “มวลชน” เป็นผนังทองแดง กำแพงเหล็ก

การเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ไม่เพียงแต่พรรคอนาคตใหม่จะสร้างจุดต่างกับพรรคการเมืองอื่น หากแต่กว่า 6.2 ล้านคะแนนที่ได้ก็จุดประกายความหวัง

ยืนยันว่า การเมืองไทยได้เข้าสู่ “มิติ” ใหม่

ยืนยันว่า แม้รัฐธรรมนูญจะยกร่างมาอย่างบิดเบี้ยวและแฝงเจตนาต้องการสืบทอดอำนาจเพียงใด แต่ก็สามารถต่อสู้ได้หากใช้พลังวิริยภาพของตนและของพรรคอย่างเพียงพอ

นี่คือผลงานและความสำเร็จโดยพื้นฐานของพรรคอนาคตใหม่