หน้าแรก คอลัมนิสต์ บทนำ : ความน่...

บทนำ : ความน่าเชื่อถือ

3.05.19 | 13:13 น.

ปัญหาผู้สมัคร ส.ส. ถือหุ้นสื่อ ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 98 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 42 ของ พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส. ขยายวงออกไปอย่างรวดเร็ว คาดว่ามีผู้สมัครอีกหลายพรรคที่ประสบปัญหานี้ ที่มีการร้องเรียนแล้ว ได้แก่พรรคเพื่อไทยกับพรรคที่ร่วมกันลงปฏิญญาต้านการสืบทอดอำนาจ รวม 32 ราย พรรคพลังประชารัฐ 1 ราย และพรรคอนาคตใหม่ สำหรับพรรคหลัง นอกจากหัวหน้าพรรค ยังมีผู้สมัครถูกถอนชื่อไปก่อน 1 ราย โดนร้องให้สอบสวนต่อมาอีก 11 ราย อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ถือหุ้นสื่อทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว ยังมีอีก และคาดว่าจะมีการร้องเรียนเพิ่มอีก

กรณีของพรรคอนาคตใหม่ ผู้สมัครสกลนครต้องพ้นจากการเป็นผู้สมัคร ก่อนวันเลือกตั้ง โดยคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการในบริษัทก่อสร้าง ซึ่งระบุวัตถุประสงค์เรื่องสื่อเอาไว้ แม้จะยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินธุรกิจสื่อจริง แต่ศาลเห็นว่าต้องห้ามตามกฎหมาย จึงให้ถอนชื่อ และมีกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ถูก กกต.แจ้งข้อหาถือหุ้นสื่อ โดยเจ้าตัวเข้าให้การยืนยันว่าโอนหุ้นไปแล้วพร้อมแสดงหลักฐาน ซึ่งต้องรอการสรุปจากทาง กกต.ต่อไป ส่วนพรรคเพื่อไทยเพิ่งแถลงว่า จะดำเนินการต่อนายชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคอยู่ด้วย ทั้งความรับผิดส่วนตัวและความรับผิดในฐานะกรรมการบริหารพรรค โดยเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการอย่างเท่าเทียม และเป็นมาตรฐานเดียวกับกรณีที่เกิดกับพรรคอื่น

ปัญหาสำคัญประการหนึ่งในการร้องเรียนกรณีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก็คือ มีการดำเนินการที่ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน หรือน่าสงสัยว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ข้อเรียกร้องของพรรคที่ไม่ได้อยู่ในขั้วสนับสนุน คสช. แสดงความคับข้องใจในเรื่องนี้ออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งผู้เกี่ยวข้องไม่ควรเพิกเฉย เพราะนี่คือ “ความน่าเชื่อถือ-ความเชื่อมั่น” ที่มีต่อองค์กรซึ่งมีหน้าที่พิจารณาตัดสินปัญหาด้วยความเป็นธรรม องค์กรใดก็ตามซึ่งดำรงอยู่ด้วยความเชื่อถือของสังคม หากสิ้นคุณสมบัตินี้ไป ย่อมหมดความชอบธรรมในการทำงานไปด้วย และความน่าเชื่อถือย่อมมาจากการปฏิบัติตามกฎหมายด้วยความเที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา อย่างสม่ำเสมอและคงเส้นคงวา