คุณภาพคือความอยู่รอด ตอน ต้องรับรู้เพื่อปรับเปลี่ยน : โดย วิฑูรย์ สิมะโชคดี

4.05.19 | 14:47 น.

ทุกวันนี้ กิจการต่างๆ จะมุ่งแต่ “การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน” เพียงอย่างเดียว คงไม่ได้อีกแล้ว เราจะต้องให้ความสำคัญกับ “ความรอบรู้” ในเรื่องของสภาพแวดล้อม (เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง) ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วย เพราะมีผลกระทบต่อธุรกิจอุตสาหกรรมของเรามากขึ้นทุกที

เมื่อไม่กี่วันมานี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประกาศปรับลดประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย (GDP) ปี 2562 เหลือเพียง 3.8% (คือชะลอลงจากปี 2561 ซึ่งขยายตัว 4.1%) และลดลงจากการคาดการณ์ในเดือน ม.ค.2562 ที่คาดว่าจะขยายตัว 4% โดยเป็นผลมาจากภาวะการค้าโลกชะลอตัว และความต้องการซื้อสินค้าของต่างชาติลดลง ส่งผลให้การส่งออกของไทยลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ สศค. ได้ปรับลดเป้าหมายของการส่งออกไทยปีนี้เหลือเพียง 3.4% (จากเดิมที่คาดไว้ถึง 4.5%) ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีนที่ยังคงอึมครึมด้วย

สาเหตุหลักที่ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลดลง ก็เนื่องมาจากการส่งออกของไทยที่ชะลอลงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับเปลี่ยนตัวเลขประมาณการของการขยายตัวด้านการส่งออกของไทย จากที่เคยคาดการณ์ว่าการส่งออกในไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะขยายตัวเป็นบวกต่อเนื่อง ธปท. ได้ปรับเป็นการขยายตัวติดลบ หรือลดลงเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งได้ปรับลดตัวเลขการขยายตัวของการส่งออกทั้งปีนี้ว่า อาจจะต่ำกว่า 3% ตามที่ได้ประมาณการไว้เดิมด้วย

การส่งออกที่ชะลอตัวลง จะส่งผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อมต่อธุรกิจอุตสาหกรรม ในขณะที่มาตรการกีดกันทางการค้าและมาตรการตอบโต้การกีดกันการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนก็มีผลทางจิตวิทยาทางการค้าด้วย โดยธนาคารโลกได้ประเมินว่า การลดลงของปริมาณการค้าโดยรวมของโลกในช่วงที่ผ่านมาได้ลดต่ำลงมากกว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกัน “ค่าเงินบาท” ที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตราที่มากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ก็เป็น อุปสรรคต่อการส่งออกของไทย เพราะกิจการส่วนใหญ่ยังใช้ “ราคา” เป็นตัวต่อรองการซื้อขายสินค้ามากกว่า “คุณภาพ” ของสินค้า

Advertisement

นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมการผลิตของไทย โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออกที่อัตราการขยายตัวลดลงในไตรมาสแรกที่ผ่านมา และคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 นี้ด้วย ก็ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการและแรงงานภาคการส่งออก

ในขณะเดียวกันนี้ ก็เป็นช่วงที่ภาคอุตสาหกรรมต้องอิงกับเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ทดแทนแรงงานคน บทบาทของเทคโนโลยี 5G และมาตรการกีดกันทางการค้าเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นต้น ซึ่งปรับเปลี่ยนบริบทของการทำธุรกิจอุตสาหกรรม การนำเสนอสินค้า และการให้บริการทางการค้าทั่วโลก

แม้ว่าเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง (ที่กล่าวถึงข้างต้น) จะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็มีความสำคัญต่อการที่เราต้อง รับรู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องมีผลกระทบต่อกิจการของเรามากขึ้นทุกที

โลกในวันนี้ จึงเป็นโลกของ “VUCA WORLD” ที่ตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนสูง จึงทำให้เรารอบรู้ เพื่อพร้อมต่อการปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด ครับผม !

วิฑูรย์ สิมะโชคดี