สภาพ การเมือง หลังเลือกตั้ง 24 มีนาคม หน้ามือ หลังมือ

6.05.19 | 13:00 น.

ไม่ว่าการเก็บข้าวของออกจากกระทรวงแรงงานของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ไม่ว่าทีมงาน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง นัดถ่ายภาพหมู่หน้าทำเนียบรัฐบาล

มาจากสำเหนียกแห่ง “รู้”

คนระดับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่เคยเป็น ผบ.ตร.มิได้มามือเปล่า คนระดับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ที่เคยเป็น ผบ.ทอ.มิได้มามือเปล่า

ย่อมกระสาต่อกระแสแห่งการเปลี่ยนผ่าน

สถานการณ์นับแต่วันที่ 24 มีนาคมเป็นต้นมาส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งในทางการเมือง ยืนยันว่าสถานการณ์รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ได้เข้าสู่อีกมิติหนึ่ง

Advertisement

นั่นคือ มิติสลาก “กินแบ่ง” มิใช่ มิติสลาก “กินรวบ”

อย่าว่าแต่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เลยที่ต้องเสียสละ หากแม้กระทั่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ต้องเสียสละ

คสช.มิใช่ผู้กุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จอีกต่อไปแล้ว

นี่คือผลของ “การเลือกตั้ง” แม้จะเป็นการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 อันวางกลไก กับดักเพื่อนำไปสู่การสืบทอดอำนาจ

อย่างที่ว่า “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ DESIGN มาเพื่อพวกเรา”

อย่ามองไปไกลถึงขนาดต้องแบ่งอำนาจให้กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แห่งพรรคภูมิใจไทย น.ส.กัญจนา  ศิลปอาชา แห่งพรรคชาติไทยพัฒนา

หากแม้กระทั่งภายในพรรคพลังประชารัฐก็ต้องแบ่ง

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน คือประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง อย่าลืมเป็นอันขาดว่า  นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รับผิดชอบยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน

อย่างน้อย 2 กระทรวงต้องแบ่งให้กับ 2 คนนี้

ยิ่งกว่านั้น ยังต้องแบ่งให้กับโควต้าของพรรครวมพลังประชาชาติไทย เพราะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็เฝ้ารออยู่

เป็นยุคแห่ง “กินแบ่ง” มิได้เป็นยุคแห่ง “กินรวบ”

ถึงจะมั่นใจเป็นอย่างสูงว่า 250 ส.ว. คัดมากับมือตั้งแต่ระดับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กลั่นกรอง สรรหา กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจ

แต่ “วุฒิสภา” ก็มิใช่ “สภานิติบัญญัติแห่งชาติ”

ที่สำคัญ ที่ดำรงอยู่ใน “สภาผู้แทนราษฎร” มิได้มีแต่พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย

หากแต่มี พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา

ยิ่งกว่านั้น ฝ่ายค้านยังประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทย

บทบาทหลับๆ ตื่นๆ ได้หมื่นได้แสนแบบ “สนช.” มิใช่แล้ว

บทบาทพูดข้างเดียวจากโพเดียม มิใช่แล้ว เพราะจะมีคนพร้อมตอบโต้ พร้อมเปิดโปงจากอีกซีกประสานสวนเข้ามาอย่างร้อนแรง

หลังวันที่ 24 มีนาคม ทุกอย่างจึงไม่เหมือนเดิม

คําว่าไม่เหมือนเดิมมิได้มีหลักไมล์อยู่ที่ระหว่างรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 กับ หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ประการเดียว

หากยังเป็นการเปลี่ยนยุค เปลี่ยนสมัย

อย่างน้อยการดำรงอยู่ของพรรคการเมืองในแบบพรรคอนาคตใหม่ก็แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพรรคการเมืองในกาลอดีตอย่างเกือบจะสิ้นเชิง

การ DISRUPT จะดำรงอยู่ตลอด 2 รายทาง