รายงาน : ชิง หัวหน้าพรรค สถาบัน ‘ประชาธิปัตย์’ การเลือก อนาคต

8.05.19 | 13:00 น.

ไม่ว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นของใครระหว่าง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับ นายกรณ์ จาติกวณิช และ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน หรือแม้กระทั่ง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

ทรงความหมาย

1 ทางความหมายต่อการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ นั่นก็คือ 1 จะเลือกเป็นฝ่ายเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ

หรือ 1 วางตัวเป็นกลางอย่าง “อิสระ”

นั่นก็คือ แม้จะเห็นชอบด้วยกับการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่เข้าร่วมอยู่ในรัฐบาลผสมที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ

Advertisement

ขณะเดียวกัน ก็มิได้เป็นพวกเดียวกับอีกฝ่าย

นั่นก็คือ ไม่ผูกเป็นพันธมิตรกับแนวร่วมที่ลงสัตยาบัน ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ยืนหยัดต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช.

นี่ย่อมสะท้อนตัวตน “เดิม” ของพรรคประชาธิปัตย์

ถามว่ามีความโน้มเอียงที่จะเป็นพวกเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ ที่จะยกมือหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ดำรงอยู่ภายในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่

ตอบได้เลยว่า มี

ทั้งมิได้มีอย่างธรรมดา หากแต่ทำท่าว่าจะมีอย่างคับคั่ง ไม่เพียงแต่จะอ่านผ่านคนอย่าง นายถาวร เสนเนียม
นายวิทยา แก้วภราดัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เท่านั้น

หากแม้กระทั่ง นายกรณ์ จาติกวณิช หรือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

ที่ยังยึดแนวทางเดียวกันกับที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยแสดงความชัดเจนในห้วงก่อนการเลือกตั้งก็มีเพียง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

และอาจมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รวมอยู่ด้วย

กระนั้น หากประเมินผ่านแคนดิเดตการแข่งขันอย่างเอาจริงเอาจังน่าจะเป็นระหว่าง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กับ นายกรณ์ จาติกวณิช มากที่สุด

คำถามก็คือ นายชวน หลีกภัย เอียงไปทางด้านใด

ยอมรับเถิดว่า ในบรรดาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ นายชวน หลีกภัย ถือได้ว่ามีบารมีสูงสุด มีการยอมรับจากทุกฝ่าย

แม้กระทั่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เองก็เกรงใจ

ปมเงื่อนอยู่ตรงที่ ไม่ว่า นายชวน หลีกภัย ไม่ว่า นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ไม่ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โน้มเอนไปข้างใด

เหมือนกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเอนไปทาง 2 คน

1 คือ นายกรณ์ จาติกวณิช ซึ่งเป็นเพื่อนตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนอังกฤษด้วยกัน 1 นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เพราะได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างสูง

คำถามก็คือ ความโน้มเอียงของ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน เล่า

ตอบได้เลยว่าเป็นความโน้มเอนไปทาง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มากกว่าทุกคน ไม่เพียงเพราะว่าเป็นคนทางใต้ด้วยกัน

หากแต่อยู่ที่การฝังอย่างแนบแน่นอยู่กับความเป็น “ประชาธิปัตย์”

ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สัมผัสกับการเมืองระดับประเทศ สัมพันธ์กับการตัดสินใจก่อนเดือนมิถุนายน

การตัดสินใจนี้ชี้ “อนาคต” พรรคประชาธิปัตย์

นั่นก็คือ พรรคประชาธิปัตย์จะอยู่ระดับเดียวกับพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา อันเป็น “พรรคสภา” โดยทั่วไป

หรือจะเป็น “สถาบัน” หรือจะเป็น “พรรคมวลชน” ยิ่งกว่า