น.3คอลัมน์ : อนิจจัง การเมือง สภาวะ ‘ขาลง’ ของ คสช. เริ่มเห็น เด่นชัด

13.05.19 | 13:13 น.

หากไม่มีการตั้งบังเกอร์ 7 พรรคการเมืองลงนามในสัตยาบันต้านการสืบทอดอำนาจ หากไม่มีการแปรยุทธศาสตร์เป็นยุทธวิธีผ่าน “ปิดสวิตช์ ส.ว.”

ปรากฏการณ์ “ข้อเสนอ” แหลมๆ อื่นๆ คงไม่ตามมา

แหลมถึงขนาดให้ตัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ออกไปจากวงจรแห่งอำนาจ

แหลมถึงขนาดติด “เบรก” ให้กับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

กระทรวงกลาโหมอาจยังเป็นของ คสช. อาจยังเป็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Advertisement

ยากยิ่งที่จะเกาะกุมเอาไว้ได้

เหมือนกับการตั้งบังเกอร์ต้านการสืบทอดอำนาจ เหมือนกับการประกาศยุทธการ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” จะเป็นการเตะหมูเข้าปากให้กับพรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก

แต่ก็จำเป็น

ต้องยอมรับว่าสภาพทางการเมืองที่เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม คืออาการของโรคที่มีการคาดทำนายเอาไว้

คาดทำนายตั้งแต่ก่อนประชามติเดือนสิงหาคม 2559

คาดทำนายตั้งแต่ก่อนการประกาศและบังคับใช้รัฐธรรมนูญเดือนเมษายน 2560 และก่อนการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม 2562

เพราะนี่คือ อาการอันเนื่องแต่ “รัฐธรรมนูญ อักเสบ”

การรวมพลังก่อตั้งบังเกอร์ด้วยการลงสัตยาบันต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. และการเดินหน้าเพื่อนำเสนอแนวทาง “ปิดสวิตช์ ส.ว.” จึงจำเป็น

เพราะมีแต่ทำเช่นนี้เท่านั้นอาการของ “โรค” จึงจะปรากฏ

พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา สามารถเอา “เงื่อนไข” เหล่านี้ไปต่อรองในระหว่างการเจรจาได้

แต่การเข้าร่วมก็มากด้วยอัตราเสี่ยงตามมามหาศาล

อัตราเสี่ยงโดยพื้นฐานก็คือ รัฐบาลที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำเพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

1 จะต้องดึงเกือบ 20 พรรคการเมืองเข้ามา

ตั้งแต่พรรคขนาดเล็กมี ส.ส.ในมือเพียง 1 กระทั่งพรรคขนาดกลางที่มี ส.ส.ในมือ 10 และ 51 และ 52 อย่างพรรคประชาธิปัตย์

การบริหารพรรคการเมืองร่วม 20 พรรคมิได้เป็นเรื่องง่าย

อย่าว่าแต่คนอย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ย่อมรู้อยู่เป็นอย่างดี คนอย่าง นายชวน หลีกภัย คนอย่าง นายเนวิน ชิดชอบ ก็ย่อมจะรู้ดีมากยิ่งกว่า

ขณะเดียวกัน อัตราเสี่ยง 1 ที่ตามมา คือ เสถียรภาพและความมั่นคง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เคยคิดว่าไม่นานเกินเดือนกันยายน 2562 ก็ต้องมีอันเป็นไป นั่นแหละ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จึงฟันธงว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2562

รัฐบาลที่อยู่ได้ไม่ถึง 3 เดือนจึงเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการเข้าร่วม

ทุกอย่างล้วนยืนยันเหตุและปัจจัยตามกฎแห่งปฏิจจสมุปบาท อันมีกฎแห่งอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน เป็นเหมือนเส้นไหมแดงร้อยเชื่อม

คำว่า คสช. “ขาลง” จึงเด่นชัด

เด่นชัดถึงระนาบที่ขาดความเกรงใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขาดความเกรงใจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และที่สุดก็จะลามไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“อายุ” ของรัฐบาลจึงเป็น “คำตอบ” สุดท้าย